กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงบาตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปี แห่งการสถาปนาสภากาชาดไทย
วันที่ 24 เม.ย. 69 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน ในการนี้ทรงวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์ร่วมกับคณะผู้บริหารและบุคลากรสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ 133 ปี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งสภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แต่งตั้ง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็น “สภาชนนี” และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็น “สภานายิกา” ในปี 2449 สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม เปลี่ยนชื่อเป็น “สภากาชาดสยาม” และในปี 2482 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สภากาชาดไทย” จวบจนปัจจุบัน โดยสภากาชาดไทยเป็นองค์กรสาธารณกุศลระดับชาติที่ดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากล ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชน ผู้ตกทุกข์ยากและผู้ด้อยโอกาส ด้วยจิตสาธารณะให้มีสุขภาวะที่ดี โดยการให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรของสภากาชาดไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ความตอนหนึ่งว่า
"วันนี้ก็เป็นวันที่เราจัดกันมาเป็นประจำ ทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสภากาชาดก็มาร่วมกันทำบุญ แล้วก็ได้พบปะกัน ในช่วงนี้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องกับสภากาชาดก็เห็นจะต้องทำงานตามหลักของสภากาชาดอาจจะมากกว่าปกติ เพราะตอนนี้ก็มีทั้งเรื่องต่างๆ ที่เรารู้ แล้วก็มีเรื่องเกี่ยวกับภัยธรรมชาติต่างๆ นานา ที่เราก็มีวิธีการ มีเรื่องสมัยใหม่ มีแอป มีการทำงาน แล้วจะทำได้ไม่มากน้อย รวมทั้งผู้ที่อยู่ในส่วนกลาง แล้วก็ส่วนภูมิภาคต่างๆ ทำงานกันอย่างแข็งขัน ที่ได้ไปดูจังหวัดต่างๆ ก็คิดว่าในการเรื่องต่างๆ เท่าที่ฟังมีหลักอยู่ เราต้องรวมกันช่วยตัวเอง ตอนนี้ยากที่จะให้ใครที่อื่นมาช่วยเหลือถ้าไม่ใช่ไทยด้วยกัน"
"เพราะว่าแต่ละคนแต่ละฝ่าย ก็มีปัญหากันอยู่ในส่วนตัว ของส่วนประเทศเขาด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเท่าที่เห็น แล้วก็น่าชื่นชมก็คือ ไทยทุกคนหรืออาจจะเรียกว่า สภากาชาดก็เป็นผู้นำ เพราะว่าตั้งแต่อยู่ปีนี้ ปลายปีนี้ก็ได้ทำงานที่กาชาดมาครบ 50 ปี ได้เห็นอะไรๆ มามาก ก็มีสิ่งที่ทำกันต่อเนื่อง ก็คิดว่าเราจะตั้งใจทำกันต่อไป แล้วอาจจะต้องมีวิธีการใหม่ๆ ทั้งด้านความคิดและเทคโนโลยีก็ขอให้ทุกท่านกำลังใจเข้มแข็ง มีสุขภาพอนามัยที่ดีแล้วก็พร้อมด้วยสิ่งดีๆ ทั้งร่างกายและใจ ให้มีสุขสวัสดีทุกเมื่อ ตลอดไป"
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก
จากนั้นทรงทอดพระเนตรวีดิทัศน์ “ใต้ร่มพระบารมี 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลา 69 ปี ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย
จากนั้นพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2569 และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเค้ก