จับตา! ศาลฎีกา ชี้ชะตาสถานะ 44 สส.ลงชื่อเสนอแก้ ม.112
จับตา! ศาลฎีกา ชี้ชะตาสถานะ 44 สส.ลงชื่อเสนอแก้ ม.112
วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่ศาลฎีกา จับตาคดีสำคัญทางการเมืองอีกหนึ่งคดี ที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยวันนี้ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องกล่าวหา 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกชี้มูลความผิดว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง
ขณะที่ นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความพรรคประชาชน ซึ่งได้รับมอบหมายจากพรรคประชาชน กล่าวก่อนที่จะเข้าไปฟังคำสั่งศาลว่า หลังจากที่ศาลมีคำสั่งแล้ว ทางพรรคประชาชนจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้ประเมินแนวทางไว้ ตาม 3 แนวทางตามที่พรรคได้สัมภาษณ์ คือ 1. รับคำร้อง หรือสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ 2.แก้ไขคำร้อง 3. ไม่รับคำร้อง
สำหรับสำหรับรายชื่อของ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) มีจำนวน 10 โดยแบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
โดยกระบวนการยื่นแก้ไขร่างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2564 แต่กระบวนการต่อเนื่องไปจนการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคก้าวไกล ซึ่งมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น นำมาใช้ในการหาเสียง ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล เมื่อปี 2567
ขณะที่เวลา 12.00 น. แกนนำพรรคประชาชนแถลงคดี 44 สส. ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา หลังศาลฎีกามีคำสั่ง.
ทั้งนี้บรรยากาศที่ศาลฎีกา มีสื่อมวลชนปักหลักรอเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นคดีสำคัญทางการเมือง และเป็นคดีจริยธรรมทางการเมืองที่อาจส่งผลแรงถึงอนาคตทางการเมืองของ สส. ทั้ง 44 คน ซึ่งหากศาลมีคำสั่ง “รับคำร้อง” อาจนำไปสู่การสั่งให้ สส.ทั้ง 10 คน ที่ตอนนี้เป็น สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี แต่หากไม่รับคำร้อง สส.ทั้งหมดจะยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ