โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ทางเลือกฝ่าวิกฤติพลังงาน

Thairath Money

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 10.02 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมคณะไปกับ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เพื่อติดตามความคืบหน้า “โครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชน แบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ดึง 4 องค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วม และนำเทคโนโลยีกู้วิกฤติปัญหาขยะล้นเมือง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ ไปต่อยอดด้วยการ นำขยะพลาสติก ไปผลิตเป็นน้ำมันและไฟฟ้าในอนาคต

ถือเป็นอีกทางเลือกช่วยกู้วิกฤติพลังงาน และเพิ่มนวัตกรรม ให้ภาคเกษตรกรรมและขนส่ง ได้ใช้น้ำมันราคาถูก ท่ามกลางความผันผวน จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

อัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เล่าให้ฟังว่า โครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ (Decentralized - Integrated Solid Waste Management System) ที่ มทส. ได้รับการจัดสรรเงิน จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 588,425,000 บาท เพื่อส่งเสริมสาธิต นำร่องขยายผลเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบครบวงจรของ มทส. ในจังหวัดนครราชสีมา ให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่ประสบปัญหาวิกฤติด้านการจัดการขยะ และมีความพร้อมรับเทคโนโลยี และพร้อมบริหารจัดการระบบ

โดยมี อปท. นำร่อง 4 อำเภอหลักคือ เทศบาลเมืองสีคิ้ว อ.สีคิ้ว เทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย เทศบาลตำบลด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด และเทศบาลตำบลแชะ อ.ครบุรี

สำหรับ กรณีศึกษาของโครงการจัดการขยะชุมชนของ มทส. มีการใช้เทคโนโลยีบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ SUT-MBT (Mechanical and Biological Treatment Technology : Suranaree University of Technology) สามารถกำจัดขยะ ที่ได้รับจาก อปท. แห่งละ 25 ตันต่อวัน รวม 100 ตันต่อวัน และยังมีผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse-derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เมื่อนำมาผ่านระบบไพโรไลซิส สามารถแปรรูปขยะพลาสติกเป็นผลิตน้ำมันไพโรไลซิส ซึ่งสามารถต่อยอด ไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินได้

ที่สำคัญ โครงการผลิตน้ำมัน จากขยะพลาสติกเป็นทางเลือก ในการแก้วิกฤติพลังงานในปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ของการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจร ในรูปแบบกระจายศูนย์ โดยผสานเทคโนโลยี MBT ที่สามารถคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลิตเชื้อเพลิงขยะ ทั้งในรูปแบบเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) พลาสติก (RDF-3) และเชื้อเพลิงผสม (Reject) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสด้วยเทคโนโลยีการเผาแบบไร้อากาศ หรือ เทคโนโลยีไพโรไลซิส ที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้ในภาคเกษตร ภาคขนส่งได้

ทั้งนี้ เทคโนโลยีไพโรไลซิส สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณ 4-5 ตันต่อวัน ให้กลายเป็นน้ำมันดิบได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคขนส่งได้จริง

“ในมิติของนโยบาย โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก เป็นทางเลือกในการแก้วิกฤติพลังงานในระดับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลก”

ดังนั้น หากมีการขยายผลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีอยู่ 8,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไปยังระดับชุมชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพลังงานต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน

อัมรินทร์ เล่าให้ฟังอีกว่า ประสิทธิภาพเชิงนวัตกรรม ที่สำคัญของเทคโนโลยี SUT-MBT อาทิ

การลดความชื้นเร่งด่วน: สามารถลดความชื้นของขยะสดจาก 60% ให้เหลือต่ำกว่า 30% ได้ภายใน 15-30 วัน ซึ่งเร็วกว่าการหมักตามธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นและแมลงพาหะนำโรค

การผลิตเชื้อเพลิงคุณภาพสูง (RDF): ขยะที่ผ่านกระบวนการจะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า. วัสดุปรับปรุงดิน ผลพลอยได้จากการคัดแยกส่วนอินทรีย์สารจะถูกนำมาผลิตเป็นปุ๋ยคืนสู่ภาคการเกษตรในพื้นที่ เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ชุมชน 100%

ระบบไพโรไลซิส (Pyrolysis Technology): นอกเหนือจากเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) โครงการนี้ยังนำขยะพลาสติก 4-5 ตัน มาผ่านกระบวนการเผาแบบไร้อากาศที่อุณหภูมิ 300-500 องศา เพื่อผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคการเกษตรสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ภาคขนส่งหรืออุตสาหกรรมได้. รวมทั้ง โรงไฟฟ้าพลาสมาแก๊สซิฟิเคชั่น เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 1.2 เมกะวัตต์ โดยใช้เชื้อเพลิงจากขยะ RDF ที่โครงการผลิตขึ้นเอง ถือเป็นการสร้างระบบพึ่งพาตนเอง ด้านพลังงานที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ปัจจุบันโครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชน แบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤติขยะจังหวัดนครราชสีมาได้กว่า 180 ตันต่อวัน หรือ 21,600 ตันต่อเดือน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดทำระบบการบริหารจัดการโรงงาน พร้อมจัดอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยีเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ของ อปท. ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้วางแผนการบริหารจัดการธุรกิจการบริหารผลพลอยได้ หรือผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF ปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน ในลักษณะวิสาหกิจชุมชน และในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม พร้อมคอยกำกับและให้คำปรึกษา ในการควบคุมคุณภาพของผลผลิตของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF

เขาย้ำทิ้งท้ายอีกว่า โครงการที่ มทส. คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ กองทุนอนุรักษ์พลังงาน จึงจะเน้นการสนับสนุนโครงการที่มีลักษณะเป็นต้นแบบ ความสำเร็จ และมีแผนการบริหารจัดการที่ยั่งยืนเช่นนี้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ทางเลือกฝ่าวิกฤติพลังงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...