โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระส่ำธุรกิจ คราฟท์เบียร์ ภาษีแบบใหม่ จ่ายรัฐ 50 บาทต่อกระป๋อง เท่าพิภพ ชี้ รีดเลือดกับปู

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 09.25 น.

ระส่ำธุรกิจ คราฟท์เบียร์ ระบบภาษีแบบใหม่ จ่ายรัฐ 50 บาทต่อกระป๋อง เท่าพิภพ ชี้ รีดเลือดกับปู

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แวดวงกลุ่มผู้ประกอบการกิจการคราฟท์เบียร์ กำลังเกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากกรมสรรพสามิตได้ออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกสินค้า การพิจารณาราคาฐานนิยม และสถานที่ขายสินค้า

ทั้งนี้ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า [รีดเลือดกับปู] เกิดอะไรขึ้นเมื่อรัฐบาลมีรายจ่ายสูงแต่หาเงินไม่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการ #ขึ้นภาษี

.ทุกท่านที่เคยได้ยินเรื่อง #craftbeer อาจจะเคยไปลองหากินดูตามร้านค้าร้านอาหารต่างๆ อยากอุดหนุนคนไทยผู้ผลิตรายเล็กรายย่อยกันใช่มั้ยครับ แต่ก็คงพบว่าราคาของเบียร์เหล่านี้มันแพงกว่าเบียร์ตลาดมากกว่า 2-3 เท่าเลยทีเดียว

ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าส่วนหนึ่งเพราะว่าต้นทุนการผลิตของรายย่อยที่ไม่สามารถผลิตให้ได้ในปริมาณมากๆเหมือนกับรายใหญ่ (Economies of Scale)และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากภาษีที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องจ่าย โดยทั่วไปก็ตกอยู่ประมาณกระป๋องละ 30 บาทแล้วครับ ซึ่งก็จะแบ่งเป็นภาษีหลายอย่าง ทั้ง
– ภาษีสรรพสามิต
– ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อท้องถิ่น
– และภาษีสมทบกองทุนต่างๆ

ยังไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ Vat อีก 7% ซึ่งจะคิดจากราคาขายสุทธิ
ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องรวมต้นทุนทางภาษีที่พูดมาก่อนหน้านี้ บวกเข้าไปก่อนทำการคิด Vat อยู่แล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นภาระให้ผู้ประกอบการ และทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าในกลุ่มCraftbeer เมื่อเทียบกับสินค้าของเจ้าตลาด

ผู้ประกอบการรายย่อยหลายรายจึงทยอยล้มหายตายจากไป
สำหรับโครงสร้างของภาษีสรรพสามิตสุราในไทยนั้น คิดจาก 2 ค่านี้คือ
1) ตามมูลค่า ปัจจุบันเบียร์ เสียที่อัตรา 22% ของราคาขายปลีกแนะนำ
#ยิ่งขายแพงภาษีก็แพงตาม

2) ตามปริมาณ คิดตามปริมาณแอลกอฮอล์อัตรา 430 บาท ต่อลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์
#ยิ่งดีกรีเยอะภาษีก็ยิ่งหนัก

Focus กันที่ราคาขายปลีกแนะนำนะ เพราะตรงจุดนี้จะเป็นฐานที่กรมสรรพสามิต เอามาคำนวณภาษี แต่เดิมกรมจะเอาตามที่ผู้ผลิตผู้นำเข้าแจ้ง แต่จากระเบียบใหม่ ที่เพิ่งออกมากลางเดือนมีนาคมนี้ ทำให้กรมจะอิงจากราคาขายปลีกหน้าร้านเป็นหลัก(ไม่รวม VAT)

ผมมองว่าตรงนี้เป็นอะไรที่ผิดฝาผิดตัวไปสักนิดคือคุณจะเก็บภาษีจากผู้ผลิต แต่ไปอิงราคาขายของร้านที่ส่งถึงผู้บริโภคแบบนี้ถ้าเกิดโรงงานส่งให้ร้าน 100 บาท แล้วร้านเอาไปบวกเพิ่ม เพื่อเป็นกำไรเป็นค่าบริหารจัดการร้าน ขายผู้บริโภค 160 ก็เท่ากับว่าโรงงานต้องโดนภาษีจากราคาขาย 160 ซึ่งเยอะกว่าที่ควรจะเป็นไปมากๆ ทุกวันนี้ภาษีที่โรงเบียร์รายย่อยจ่ายให้กับรัฐก็ตกอยู่ประมาณ 30 บาทต่อ 1 กระป๋องแล้ว

แต่จากระเบียบฉบับใหม่นี้ ภาษีที่ผู้ประกอบการรายย่อยต้องจ่ายอาจจะสูงถึง 50 บาทต่อกระป๋อง เลยทีเดียว ซึ่งตัวเลขนี้ผู้ประกอบการรายย่อยอยู่ไม่ได้แน่ๆ จากเดิมที่ก็อยู่กันในภาวะ #อยู่ทน อยู่แล้ว
ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องมาคิดปรับปรุงระบบภาษีสุราใหม่ เพราะอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีอัตราภาษีพิเศษสำหรับผู้ผลิตรายย่อย (Craft Brewers) ซึ่งเสียอยู่ที่ 3.5 ดอลลาร์ต่อบาเรล สำหรับ 60,000 บาร์เรลแรก ซึ่งถือว่าเป็นอัตราภาษีที่น้อยกว่าที่โรงใหญ่จ่ายอยู่ถึง 5 ท่าเลยทีเดียว และเขาก็ไม่ได้มีการเก็บภาษีตามมูลค่าด้วย เขาคิดตามปริมาณแอลกอฮอล์อย่างเดียว ซึ่งแฟร์กับทุกฝ่ายมากกว่า

วิงวอนครับ ผมอุตส่าห์ผลักดันแก้กฎหมายมาจนผลิตกันได้แทบจะถ้วนหน้าแล้ว
แต่ถ้าธุรกิจรายย่อยจะต้องอยู่กันไม่ได้เพราะเหตุผลทางภาษีแบบนี้ ผมก็เศร้าใจนะครับ เหมือนที่ทำมาทั้งหมดมันสูญเปล่าเลยทีเดียว

ด้านคุณประภาวี หรือบะหมี่ เหมทัศน์ เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ ได้ให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่า ว่า เรื่องการคิดภาษีจากราคาขายปลีก การคิดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากราคาขายปลีก มีในหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ในไทย แต่ภาษี คือถ้าจะคิดภาษีราคาปลีก มันควรไปคิดกับร้านผู้เป็นคนขายปลีก และเป็นผู้กำหนดราคาแบบนั้นถึงจะถูกต้อง

ที่จริงส่วนตัวก็เห็นด้วยกับการเก็บภาษีแบบนี้ ถ้ารัฐเห็นว่ามันยังต้องมีอยู่ภาษีราคาปลีก เพราะมันช่วยในการเรื่องควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และกระบวนการมันก็ไม่ได้ยาก สรรพสามิต สามารถให้ร้านเข้าระบบตอนที่ไปขอหรือต่อใบอนุญาตจำหน่ายได้เลย แต่หน่วยงานรัฐเป็นแบบนี้แหละ อะไรที่เกี่ยวข้องกับคนเยอะๆไม่ค่อยอยากทำ นึกภาพเจ้าหน้าที่สรรพสามิต อาจจะมีกรีดร้อง ต้องไปตรวจสอบและเก็บภาษีกับทุกร้านที่ขายเหล้าแทน จากที่เก็บโรงเบียร์ไม่กี่สิบแห่งแต่จริงๆ เทคโนโลยีช่วยได้ เอกสารการขายทั้งหมดก็มีอยู่แล้ว ถ้าแทรค VAT ได้ก็น่าจะแทรคภาษีนี้ได้เหมือนกัน สถานบันเทิงที่ต้องเสีย10% จากยอดขายก็น่าจะวิธีประมาณนี้ ขอแค่ผู้บริหารมีใจ ใช้เวลาคิดให้จบ รื้อระบบทีเดียว ได้ภาษีเข้ารัฐมากขึ้นแน่นอน คุณประภาวี ยังระบุว่า อีกกลุ่มที่กรีดร้องเช่นกันก็คือพี่ๆ ร้านขายปลีกนี่แหละ โดนแวตก็หนักแล้วโดยภาษีขายปลีกเหล้าเบียร์อีก แต่เชื่อเถอะ ร้านจะได้ต้นทุนเบียร์ที่ถูกลงไม่น้อยและคนที่รับภาระภาษีก็คือลูกค้าตามเดิม แต่แค่มันถูกที่ถูกทางมากกว่า และเป็นกลไกนึงที่ทำให้ร้านทำถูกต้องมากขึ้นด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระส่ำธุรกิจ คราฟท์เบียร์ ภาษีแบบใหม่ จ่ายรัฐ 50 บาทต่อกระป๋อง เท่าพิภพ ชี้ รีดเลือดกับปู

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...