แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์
แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมร่ายยาว 5 สัญญาณเตือนจากตับที่มักพบในตอนเช้า
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ เมื่อพูดถึงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อตับหลายคนมักนึกถึงการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมบางอย่างที่ทำเป็นประจำในช่วงเช้า ก็สามารถทำลายตับได้ไม่แพ้กัน
เวลา 06.30 น. นายโจว วัย 52 ปี ชาวจีน ตื่นนอนและทำกิจวัตรประจำวันตามปกติก่อนเริ่มต้นวันใหม่ แม้ว่าเขาจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่นอนดึก แต่ผลตรวจสุขภาพประจำปีกลับทำให้เขาตกใจ เมื่อพบว่าค่าเอนไซม์ตับ ALT และ GGT สูงผิดปกติ พร้อมภาวะไขมันพอกตับ
แพทย์วิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมที่เขาทำเป็นประจำทุกเช้าเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มชารสเข้ม และออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม โชคดีที่นายโจวยังมีพฤติกรรมสุขภาพบางอย่างที่ดี รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ จึงทำให้ตับยังไม่เสียหายรุนแรงและยังมีโอกาสรักษาได้
เรื่องราวของนายโจวถือเป็นสัญญาณเตือน โดยเฉพาะสำหรับผู้ชาย ถึงพฤติกรรมยามเช้าที่หลายคนมองข้าม แต่กำลังทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยตลอดชีวิต ก็ยังเสี่ยงเป็นโรคตับรุนแรง หรือแม้แต่มะเร็งตับได้ หากทำ 3 พฤติกรรมต่อไปนี้เป็นประจำทุกเช้า
1. งดอาหารเช้า
โดยทั่วไป ผู้ชายมักให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารน้อยกว่าผู้หญิง ทั้งจากความเร่งรีบ ความเครียดจากงาน การตื่นสาย หรือความชะล่าใจเรื่องสุขภาพ ทำให้หลายคนมักละเลยมื้อเช้า ทั้งที่นี่คือหนึ่งในพฤติกรรมที่กำลัง “บ่อนทำลาย” ตับอย่างเงียบ ๆ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การไม่รับประทานอาหารเช้าอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและโปรตีน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ อีกทั้งหลังผ่านการนอนหลับทั้งคืน ร่างกายอยู่ในภาวะขาดพลังงาน หากไม่ได้รับอาหารเช้า ก็จะไม่สามารถรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
ในช่วงเวลาดังกล่าว ร่างกายจะดึงไกลโคเจนจากตับมาใช้ พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน แต่เมื่อไม่มีอาหารเพียงพอต่อกระบวนการเผาผลาญ ตับจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ความผิดปกติและโรคเกี่ยวกับตับได้
นอกจากนี้ การงดอาหารเช้าเป็นเวลานาน หรือเว้นช่วงระหว่างมื้อเช้ากับมื้อกลางวันนานเกินไป ยังส่งผลเสียต่อถุงน้ำดี เนื่องจากน้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีนานเกินไปจนมีลักษณะข้น และอาจก่อให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแม้จะไม่เห็นผลทันที แต่สะสมความเสียหายต่อตับในระยะยาว
2. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน
ผู้ชายจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน เพื่อให้รู้สึกสดชื่นหรือบรรเทาอาการอยากบุหรี่หลังผ่านการนอนทั้งคืน บางคนถึงขั้นใช้บุหรี่แทนอาหารเช้าหรือใช้กระตุ้นพลังงานก่อนเริ่มวัน
อย่างไรก็ตาม สารเคมีในบุหรี่ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ยังส่งผลต่อตับด้วย เพราะตับมีหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย การสูบบุหรี่จึงทำให้ตับต้องทำงานหนักและเสี่ยงต่อความเสียหายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเช้าขณะท้องว่าง
แพทย์อธิบายว่า หลังการนอนหลับ ตับยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูและกำจัดสารพิษ จึงถือเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอและไวต่อความเสียหายมากที่สุด ขณะเดียวกัน ร่างกายยังขาดสารอาหารและภูมิคุ้มกันลดลง
นอกจากนี้ ระบบเผาผลาญในช่วงเช้าหลังตื่นนอนยังทำงานได้ช้ากว่าปกติ การสูบบุหรี่ในช่วงเวลานี้จึงทำให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนแอและโรคตับหากทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน
3. ดื่มชาหรือกาแฟเข้มข้นขณะท้องว่าง
ผู้ชายจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าที่มีประโยชน์ แต่เลือกปลุกความตื่นตัวด้วยกาแฟเข้มข้นหรือชาร้อนทันทีหลังลุกจากเตียง เพราะเชื่อว่าคาเฟอีนเข้มข้นช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้ทันที โดยไม่รู้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวกำลังทำร้ายทั้งระบบย่อยอาหารและตับ
หลายคนที่ตื่นสายมักดื่มชาเพื่อประทังความหิว ก่อนจะไปรับประทานอาหารมื้อกลางวันมากเกินไป การปล่อยให้ท้องว่างพร้อมรับสารกระตุ้นในปริมาณสูง เป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบเผาผลาญอ่อนแอลง อีกทั้งยังกระตุ้นระบบประสาท เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และรบกวนจังหวะการกินตามธรรมชาติ
ในระยะยาว ความไม่สมดุลดังกล่าวอาจทำให้เกิดไขมันสะสมในช่องท้อง นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ และลดประสิทธิภาพการกำจัดสารพิษของตับ
นอกจากนี้ ยังส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหารและระบบประสาท เสี่ยงเกิดโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการได้รับสารกระตุ้นมากเกินไปในช่วงที่ร่างกายอ่อนไหวที่สุด
พฤติกรรมนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รวมถึงความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ
5 สัญญาณเตือนจากตับที่มักพบในตอนเช้า
ช่วงเช้าหลังตื่นนอน ยังเป็นเวลาที่ปัญหาเกี่ยวกับตับแสดงอาการได้ชัดเจน โดยสัญญาณที่พบบ่อย ได้แก่
- มีรสขมในปาก หรือมีกลิ่นปาก แม้แปรงฟันสะอาดแล้ว
- รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงซึมทันทีหลังตื่นนอน
- ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ เช่น เหลืองเข้มหรือน้ำตาล
- รู้สึกเจ็บ แน่น หรือหนักบริเวณชายโครงขวา
- ตาขาวหรือผิวหนังมีสีเหลือง
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า นอกจากหลีกเลี่ยง 3 พฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ผู้ชายควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ทั้งลดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่และสารกระตุ้น รับประทานอาหารให้สมดุล นอนหลับให้เพียงพอ รวมถึงหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้ตับแข็งแรงในระยะยาว
ที่มา SOHA
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th