โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์

Khaosod

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 09.55 น.

แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมร่ายยาว 5 สัญญาณเตือนจากตับที่มักพบในตอนเช้า

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ เมื่อพูดถึงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อตับหลายคนมักนึกถึงการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมบางอย่างที่ทำเป็นประจำในช่วงเช้า ก็สามารถทำลายตับได้ไม่แพ้กัน

เวลา 06.30 น. นายโจว วัย 52 ปี ชาวจีน ตื่นนอนและทำกิจวัตรประจำวันตามปกติก่อนเริ่มต้นวันใหม่ แม้ว่าเขาจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่นอนดึก แต่ผลตรวจสุขภาพประจำปีกลับทำให้เขาตกใจ เมื่อพบว่าค่าเอนไซม์ตับ ALT และ GGT สูงผิดปกติ พร้อมภาวะไขมันพอกตับ

แพทย์วิเคราะห์ว่า สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมที่เขาทำเป็นประจำทุกเช้าเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มชารสเข้ม และออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม โชคดีที่นายโจวยังมีพฤติกรรมสุขภาพบางอย่างที่ดี รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ จึงทำให้ตับยังไม่เสียหายรุนแรงและยังมีโอกาสรักษาได้

เรื่องราวของนายโจวถือเป็นสัญญาณเตือน โดยเฉพาะสำหรับผู้ชาย ถึงพฤติกรรมยามเช้าที่หลายคนมองข้าม แต่กำลังทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยตลอดชีวิต ก็ยังเสี่ยงเป็นโรคตับรุนแรง หรือแม้แต่มะเร็งตับได้ หากทำ 3 พฤติกรรมต่อไปนี้เป็นประจำทุกเช้า

1. งดอาหารเช้า

โดยทั่วไป ผู้ชายมักให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารน้อยกว่าผู้หญิง ทั้งจากความเร่งรีบ ความเครียดจากงาน การตื่นสาย หรือความชะล่าใจเรื่องสุขภาพ ทำให้หลายคนมักละเลยมื้อเช้า ทั้งที่นี่คือหนึ่งในพฤติกรรมที่กำลัง “บ่อนทำลาย” ตับอย่างเงียบ ๆ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การไม่รับประทานอาหารเช้าอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและโปรตีน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ อีกทั้งหลังผ่านการนอนหลับทั้งคืน ร่างกายอยู่ในภาวะขาดพลังงาน หากไม่ได้รับอาหารเช้า ก็จะไม่สามารถรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

ในช่วงเวลาดังกล่าว ร่างกายจะดึงไกลโคเจนจากตับมาใช้ พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน แต่เมื่อไม่มีอาหารเพียงพอต่อกระบวนการเผาผลาญ ตับจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ความผิดปกติและโรคเกี่ยวกับตับได้

นอกจากนี้ การงดอาหารเช้าเป็นเวลานาน หรือเว้นช่วงระหว่างมื้อเช้ากับมื้อกลางวันนานเกินไป ยังส่งผลเสียต่อถุงน้ำดี เนื่องจากน้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีนานเกินไปจนมีลักษณะข้น และอาจก่อให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแม้จะไม่เห็นผลทันที แต่สะสมความเสียหายต่อตับในระยะยาว

2. สูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน

ผู้ชายจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทันทีหลังตื่นนอน เพื่อให้รู้สึกสดชื่นหรือบรรเทาอาการอยากบุหรี่หลังผ่านการนอนทั้งคืน บางคนถึงขั้นใช้บุหรี่แทนอาหารเช้าหรือใช้กระตุ้นพลังงานก่อนเริ่มวัน

อย่างไรก็ตาม สารเคมีในบุหรี่ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ยังส่งผลต่อตับด้วย เพราะตับมีหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย การสูบบุหรี่จึงทำให้ตับต้องทำงานหนักและเสี่ยงต่อความเสียหายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเช้าขณะท้องว่าง

แพทย์อธิบายว่า หลังการนอนหลับ ตับยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูและกำจัดสารพิษ จึงถือเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอและไวต่อความเสียหายมากที่สุด ขณะเดียวกัน ร่างกายยังขาดสารอาหารและภูมิคุ้มกันลดลง

นอกจากนี้ ระบบเผาผลาญในช่วงเช้าหลังตื่นนอนยังทำงานได้ช้ากว่าปกติ การสูบบุหรี่ในช่วงเวลานี้จึงทำให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม ส่งผลให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนแอและโรคตับหากทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน

3. ดื่มชาหรือกาแฟเข้มข้นขณะท้องว่าง

ผู้ชายจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าที่มีประโยชน์ แต่เลือกปลุกความตื่นตัวด้วยกาแฟเข้มข้นหรือชาร้อนทันทีหลังลุกจากเตียง เพราะเชื่อว่าคาเฟอีนเข้มข้นช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้ทันที โดยไม่รู้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวกำลังทำร้ายทั้งระบบย่อยอาหารและตับ

หลายคนที่ตื่นสายมักดื่มชาเพื่อประทังความหิว ก่อนจะไปรับประทานอาหารมื้อกลางวันมากเกินไป การปล่อยให้ท้องว่างพร้อมรับสารกระตุ้นในปริมาณสูง เป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบเผาผลาญอ่อนแอลง อีกทั้งยังกระตุ้นระบบประสาท เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และรบกวนจังหวะการกินตามธรรมชาติ

ในระยะยาว ความไม่สมดุลดังกล่าวอาจทำให้เกิดไขมันสะสมในช่องท้อง นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ และลดประสิทธิภาพการกำจัดสารพิษของตับ

นอกจากนี้ ยังส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหารและระบบประสาท เสี่ยงเกิดโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการได้รับสารกระตุ้นมากเกินไปในช่วงที่ร่างกายอ่อนไหวที่สุด

พฤติกรรมนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รวมถึงความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ

5 สัญญาณเตือนจากตับที่มักพบในตอนเช้า

ช่วงเช้าหลังตื่นนอน ยังเป็นเวลาที่ปัญหาเกี่ยวกับตับแสดงอาการได้ชัดเจน โดยสัญญาณที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีรสขมในปาก หรือมีกลิ่นปาก แม้แปรงฟันสะอาดแล้ว
  • รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงซึมทันทีหลังตื่นนอน
  • ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ เช่น เหลืองเข้มหรือน้ำตาล
  • รู้สึกเจ็บ แน่น หรือหนักบริเวณชายโครงขวา
  • ตาขาวหรือผิวหนังมีสีเหลือง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า นอกจากหลีกเลี่ยง 3 พฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ผู้ชายควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ทั้งลดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่และสารกระตุ้น รับประทานอาหารให้สมดุล นอนหลับให้เพียงพอ รวมถึงหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้ตับแข็งแรงในระยะยาว

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือน 3 พฤติกรรมยามเช้าของผู้ชาย “ทำลายตับ” เร็วกว่าการดื่มแอลกอฮอล์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...