โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่าร้อน นายทุนเหมา “หนองตะมะ” หนองน้ำเขตอภัยทาน ขายบัตร 5 พัน ให้หว่านแหจับปลา

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ดราม่าร้อนศรีสะเกษ ปม นายทุนเหมา “หนองตะมะ” หนองน้ำเขตอภัยทาน ขายบัตร 5 พัน ให้หว่านแหจับปลา สะเทือนศรัทธา หลังผูกพันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ด้านนายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เรียกประชุมด่วน เบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะ “ชะลอกิจกรรมจับปลา” ออกไปก่อน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก สำหรับกรณี “หนองตะมะ” แหล่งน้ำขนาดใหญ่ด้านหลังวัดหนองตะมะ เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ หลังมีแนวคิดจากชุมชนให้เปิดประมูลขายเหมาแก่เอกชน เพื่อนำไปจัดกิจกรรม “ขายบัตรจับปลา” หารายได้สมทบทุนก่อสร้างและซ่อมแซมศาลาวัด แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมทางความรู้สึกของประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่เคยนำปลามาปล่อยและให้อาหาร ด้วยความเชื่อว่าเป็นพื้นที่นี้เป็น “เขตอภัยทาน”

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าหนองตะมะ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีสภาพคล้ายบึงธรรมชาติ อยู่ด้านหลังวัดหนองตะมะอย่างชัดเจน ภายในมีปลาหลากหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก และปลาอื่น ๆ ที่สามารถมองเห็นได้จากผิวน้ำ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากนำอาหารมาโปรยเลี้ยงปลาเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันเกิด จะมีผู้คนแวะเวียนมาทำบุญ ปล่อยปลา และให้อาหารปลาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี ซึ่งภาพจำของคนทั่วไปจึงผูกโยงหนองน้ำแห่งนี้เข้ากับวัดหนองตะมะโดยปริยาย หลายคนเข้าใจว่าเป็น “เขตอภัยทาน” หรือพื้นที่ที่ห้ามทำร้ายสัตว์น้ำ เนื่องจากเมื่ออดีตที่ผ่านมาเคยมีป้ายระบุไว้ชัดเจน ทำให้ปลาที่อาศัยอยู่มีความคุ้นชินกับมนุษย์ ไม่หวาดกลัว และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ถูกเปิดเผยในภายหลังกลับพบว่า หนองตะมะไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของวัด และยังไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นที่สาธารณประโยชน์ หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) แต่อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและรังวัดเขตโดยเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
จากการสอบถามข้อมูลพบว่า ชุมชนบ้านหนองตะมะได้มีการหารือร่วมกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหนองน้ำ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนปลาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดความหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ และในบางช่วงฤดูแล้งหรือฤดูฝนเคยเกิดเหตุปลาน็อคน้ำตาย ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้จึงมีการจัดประชาคมเพื่อหาแนวทางแก้ไข และมีมติให้ดำเนินโครงการนำปลาออกจากหนองน้ำ โดยใช้วิธี “ขายเหมา” ให้เอกชนเข้ามาดำเนินการจัดกิจกรรมจับปลา พร้อมเปิดขายบัตรให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม ค่าบัตร 5,000 บาท ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นี้
ซึ่งรายได้นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะการก่อสร้างและซ่อมแซมศาลาวัดหนองตะมะให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายของชุมชน แม้แนวคิดดังกล่าวจะมีเจตนาที่ต้องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาชุมชน แต่เมื่อถูกเผยแพร่ออกไป กลับเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มองว่าเป็นการ “ฆ่าปลาที่คนเคยปล่อย” และขัดต่อหลักศีลธรรมและความเชื่อเรื่องอภัยทาน เสียงชาวบ้านแตกเป็นสองฝั่ง บางส่วนหนุน บางส่วนต้านหนัก

นางพยอม อายุ 71 ปี แม่ค้าขายอาหารปลาในพื้นที่มานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หนองตะมะแห่งนี้เปรียบเสมือนสถานที่ทำบุญของคนจำนวนมาก เมื่อก่อนคนมาให้อาหารปลาเยอะมาก โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เดี๋ยวนี้เงียบลงเยอะตั้งแต่มีข่าวว่าจะจับปลา คนคงเสียความรู้สึก เพราะปลาที่เขาปล่อยไว้จะถูกจับไปขาย
ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการขายบัตรจับปลา เพราะรู้สึกสงสารปลา แม้จะเข้าใจว่าบางคนมองว่าเป็นการแก้ปัญหาปลาล้นหนองก็ตาม
ส่วนปัญหาปลาตาย มีกลิ่นเน่าเหม็นนั้น ปีนี้ยังไม่มี แต่มีปีหนึ่งที่มีปลาในหนองน้ำนี้น็อค น้ำเน่าตายเยอะ ประกอบกับมีการฉีดยาฆ่าหญ้าบริเวณหัวหนองแล้วน้ำมันไหลลงมาในหนองทำให้ปลาเยอะ แต่ปกติปลาในหนองน้ำก็ไม่ได้ตายเยอะ
ซึ่งตั้งแต่มีกระแสดราม่าจับปลาในหนองน้ำนี้ คนที่มาปล่อยปลา มาให้อาหารปลา ก็เงียบไม่มาเลย เพราะอาจจะเสียความรู้สึกที่ปลาในหนองน้ำที่เคยปล่อย ที่เคยให้อาหาร จะถูกจับไปขาย แลกกับศาลาวัด
ขณะที่นายจรัญ อายุ 65 ปี หนึ่งในคณะกรรมการหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของโครงการดังกล่าว และยืนยันว่าการประชาคมที่เกิดขึ้นมีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงจำนวนไม่มาก เรื่องนี้ผมก็เพิ่งมารู้ทีหลังเหมือนกัน ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่ามายังไง และส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วย เพราะมันกระทบความรู้สึกของคนที่เขามาปล่อยปลา ปัญหาปลาน็อคน้ำตายในหนองน้ำเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในบางช่วงฤดู โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน แต่ปีนี้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง เนื่องจากระดับน้ำยังคงมีอยู่มาก
ด้านพระครูสุตธรรมธัช ปิยธมโม เจ้าอาวาสวัดหนองตะมะ เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า หนองน้ำดังกล่าวไม่ได้เป็นทรัพย์สินของวัดแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ของวัด เนื่องจากตั้งอยู่ด้านหลังวัดและมีความเกี่ยวข้องกันทางวิถีชีวิต เมื่อคนเข้าใจว่าเป็นของวัด ก็เลยเกิดคำถามว่าทำไมวัดถึงให้จับปลา ซึ่งทำให้วัดเสียหาย ทั้งที่ความจริงไม่ใช่พื้นที่ของวัด ส่วนตัวมองว่า หากเป็นไปได้อยากให้ยุติหรือชะลอโครงการดังกล่าว เนื่องจากไม่เหมาะสมในเชิงความรู้สึกของ

“ปลาส่วนใหญ่เป็นปลาที่ชาวบ้านนำมาปล่อย ทำบุญ และคิดว่าเป็นเขตอภัยทาน ถ้าจะจับก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
ทั้งนี้ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน เพื่อหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น
เบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะ “ชะลอกิจกรรมจับปลา” ออกไปก่อน เพื่อเปิดเวทีทำความเข้าใจกับประชาชน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการในขั้นต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดราม่าร้อน นายทุนเหมา “หนองตะมะ” หนองน้ำเขตอภัยทาน ขายบัตร 5 พัน ให้หว่านแหจับปลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...