โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มติปชน. ผนึกปชป. ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ ยื่น11-12พ.ค.

Khaosod

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
มติปชน. ผนึกปชป. ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ ยื่น11-12พ.ค.นี้

มติพรรคประชาชน เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค.นี้ ‘เท้ง’ ย้ำ ประชาธิปัตย์-พรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมได้ แต่ต้องให้ปชน.เขียนคำร้อง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค.2569 ที่รัฐสภานายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษาพรรคด้านกฎหมาย แถลงข่าวจุดยืนพรรคประชาชนต่อกรณีรัฐบาลมีมติเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้า มีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลทำนั้น คือการพยายามสอดไส้ตีเช็คเปล่ากู้เงิน 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเอาเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน มัดรวมมาในการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งที่ การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้นจริงๆ ต้องใช้เวลาหลายปี

ทั้งนี้ การออกพ.ร.ก.กู้เงิน ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญระบุชัดว่าต้องเป็นเงื่อนไขด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น เราจึงตั้งคำถามว่ามีการกู้ 2 แสนล้านบาทมาใช้เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้น เข้าเงื่อนไขนี้จริงหรือไม่ เพราะเรายังไม่ได้เห็นไส้ใน ทั้งยังมีการมัดรวมกับก้อนเงินเยียวยาของประชาชนอีก

พรรคประชาชน จึงพร้อมใช้อำนาจนิติบัญญัติ เข้าชื่อตามคำร้องที่พรรคประชาชนเป็นคนยกร่างในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นลำดับถัดไป

เมื่อถามว่าการเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จะทำร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยินดีให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ มาร่วมลงชื่อด้วยกัน ซึ่งมีการหารือกับพรรคอื่นๆ อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เราต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบมากที่สุดคือ ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจตามช่องทางในส่วนนี้ที่จะไม่ไปขยายขอบเขตการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ฉะนั้น ในส่วนของตัวคำร้องนั้น พรรคประชาชนจะเป็นแกนหลักยกร่างเอง

เมื่อถามว่ามองว่าส่วนที่ 2 มีโอกาสเข้าข่ายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ ส่วนแรกอาจจะมีปัญหาตามที่น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถามไปแล้วว่าการเยียวยานั้นเป็นแบบสุ่ม ไม่ใช่แบบพุ่งเป้าแบบที่รัฐบาลพยายามสื่อสารมาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เรากังวลใจว่าการใช้อำนาจครั้งนี้ของฝ่ายบริหารอาจจะไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือ เงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน แต่ในรายละเอียดก็ยังมีคำถามเรื่องเงินเยียวยาเช่นกัน

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีเข้ามาชี้แจงว่าส่วนของเงินเยียวยานั้นทุกคนเดือดร้อนกันหมด ฟังขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราพยายามใช้กลไกในสภาเพื่อให้รัฐมนตรีมาตอบ การตั้งกระทู้ถามก็คาดหวังว่า นายกฯ จะมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง มาตอบ แต่กลายเป็นว่าได้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมาตอบแทน ซึ่งการตั้งกระทู้ถามสด ไปหลายประเด็นแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

เมื่อถามว่าร่างที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะเสร็จทันหรือไม่ เนื่องจากจะมีการนำร่างพ.ร.ก.ดังกล่าวเข้าสภาในวันที่ 14 พ.ค.นี้แล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการส่วนนี้เราได้ประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ แล้ว ซึ่งจำเป็นต้องยื่นให้ทันภายในวันที่ 11-12 พ.ค.นี้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญคือยื่นก่อนที่รัฐสภาจะอนุมัติในวันที่ 14 พ.ค.

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตามที่ตั้งกระทู้ถามเมื่อช่วงเช้า โดยมีนายภราดรมาตอบกระทู้แทนว่าเพราะคนเดือดร้อนถ้วนหน้าเลยแจก 30 ล้านคน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ควรแจกแบบถ้วนหน้า ขณะที่นายเอกนิติ ระบุว่าอยากให้เป็นการเยียวยามุ่งเป้ากลุ่มเปราะบาง

ในสไลด์ที่รัฐบาลส่งให้กับสื่อมวลชน ยังเน้นย้ำเรื่องเดิมว่าจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมาย แต่ในรายละเอียดการเยียวยากลับเยียวยาเกือบถ้วนหน้า และถ้าเป็นการเยียวยาแบบเกือบทั่วหน้าจริงก็น่าจะมีตัวเลขแต่เกือบ 50 ล้านคนขึ้นไป ไม่รวมคนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนมองว่ารอบนี้มันก้ำกึ่งเพราะรวมทั้งคนละครึ่งและโครงการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัวเลขก็ยังอยู่ที่ 44 ล้านคน แสดงว่ามีคนส่วนหนึ่งตกหล่นแน่ๆ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุดก็ได้

ดังนั้น เราไม่ติดถ้าจะเยียวยาประชาชน แต่อยากให้เลือกเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม ถ้าบอกว่าทุกคนเดือดร้อนก็จ่ายแบบถ้วนหน้าไปเลย ไม่ต้องพูดว่าจ่ายแบบมุ่งเป้า เพราะถ้าอยากจ่ายแบบมุ่งเป้าต้องไม่ใช้วิธีการลงทะเบียนแบบใครมาก่อนได้ก่อน แล้วปล่อยให้คนที่เดือดร้อนจริงตกหล่น

เมื่อถามว่ากรณีเงิน 2 แสนล้านบาท มีการพูดกึ่งยอมรับว่าไม่ได้มีโครงการ เท่ากับยอมรับว่าตีเช็คเปล่าใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ จริงๆ รัฐมนตรีก็รับเองว่ายังไม่ได้มีตัวโครงการ ต้องรอให้หน่วยราชการชงเรื่องขึ้นมา ให้คณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งยังยอมรับกับเราอีกด้วยว่า สำหรับการเยียวยาจะเป็นการกู้ปีนี้ ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเป็นการกู้ในปีหน้า ยิ่งเน้นย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้เร่งด่วน แต่ในส่วนที่เราจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ ส่วนเรื่องจำเป็นหรือไม่ เลี่ยงได้หรือไม่ก็จะใช้กลไกรัฐสภาในการพิจารณาเห็นชอบแทน

ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้มีการชี้แจงว่าเงินกู้ไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ และถือเป็นเรื่องตลก เพราะเราเน้นย้ำว่าเรื่องวินัยการเงินการคลังไม่ได้มีแค่เพดานหนี้ แต่ยังมีเรื่องการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ตรงเป้า ตรงวัตถุประสงค์ แต่รัฐมนตรีก็มีคำตอบเดียวตามโพย ว่าวินัยการเงินการคลังยังอยู่ดี เพราะเพดานหนี้สาธารณะไม่ได้ทะลุ ซึ่งตนไม่ได้ถาม แต่คงช่วยปลอบใจรัฐบาลไปได้ว่าทำทุกอย่างแล้วยังโอเค วินัยการเงินการคลังไม่ได้ถูกทำลาย

แต่ในใจเราทุกคน หรือวิญญูชนย่อมทราบดีว่า วินัยการเงินการคลังครั้งนี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว ซึ่งเอาเข้าจริงในยามวิกฤตก็ไม่ใช่จะมารักษาวินัยการเงินการคลังแบบเคร่งครัดขนาดนั้นอยู่แล้ว กลายเป็นฝั่งรัฐบาลที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเองว่า พยายามจะรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มติปชน. ผนึกปชป. ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ ยื่น11-12พ.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...