“โตโต้” กระทู้ถามปม “หมิงเฉิน” สะสมอาวุธ “เจเศรษฐ์” ยอมรับข่าวกรองมีช่องว่าง แต่ไม่ล้มเหลว จ่อหมายจับ จนท.เอี่ยว-ชงเป็นคดีพิเศษ
“เจเศรษฐ์” ตอบกระทู้สด สส.ปชน. ปม “หมิง เฉิน ซัน” ครอบครองอาวุธสงคราม ยอมรับมีช่องว่างการบูรณาการข้อมูลข่าวกรอง แต่ไม่ขอใช้คำว่าล้มเหลว เผย ตร.เตรียมออกหมายจับ จนท.มีเอี่ยว พร้อมดันคดีเข้าสู่คดีพิเศษ ขยายผลทุกมิติ
วันนี้ (14 พ.ค.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระกระทู้ถามสด นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดกรณีการจับกุม นายหมิง เฉิน ซัน สัญชาติจีน ซึ่งถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงคราม หลังขยายผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ใช่จากการสืบสวนของหน่วยงานความมั่นคง พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลยอมรับหรือไม่ ว่า เป็นความล้มเหลวของระบบข่าวกรองและหน่วยงานด้านความมั่นคง
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ย้อนตรวจสอบเส้นทางของผู้ต้องหา พบว่า มีการเดินทางเข้า-ออก 5-6 ประเทศในหลายทวีป และมีการตรวจสอบข้อมูลด้านความมั่นคงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือก่อเหตุรุนแรงในประเทศใดหรือไม่ แต่ไม่พบข้อมูลเชื่อมโยง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ขอใช้คำว่า “ล้มเหลว” แต่ยอมรับว่า อาจมีช่องว่างของการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ลดรอยต่อและช่องโหว่ระหว่างหน่วยงานให้มากที่สุด
“หน่วยงานความมั่นคงได้ตรวจสอบทุกข้อมูลที่จับต้องได้ ทั้งบุคคลใกล้ชิด เส้นทางการเดินทาง และร่องรอยต่างๆ แต่ยังไม่พบการเชื่อมโยงไปสู่จุดอื่น” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายปิยรัฐ ยังตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงกรณีเหตุรุนแรงก่อนหน้านี้ ทั้งเหตุยิงอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อต้นปี 2568 รวมถึงกรณีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ผู้ก่อเหตุเป็นทหารเรือ เช่นเดียวกับกรณีของ นายหมิง เฉิน ซัน พร้อมถามว่า รัฐบาลจะมีมาตรการจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการนำหรือกระจายอาวุธอย่างไร รวมถึงจะสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างไร
นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ได้รับทราบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า เตรียมนำคดีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเป็นคดีพิเศษ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานร่วมกัน
“วันนี้ฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบต้นตอการย้ายทะเบียนต่างๆ แล้ว และในวันพรุ่งนี้จะมีการออกหมายจับ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในคดีทุกคน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีกำชับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”
นายเจเศรษฐ์ ระบุอีกว่า หากพบว่าคดีมีผู้เกี่ยวข้องหรือมีเบื้องหลังมากกว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว ก็จะต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถตัดตอนคดีได้
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ผมเข้าใจว่า ประชาชนกังวลว่าจะจบลงในรูปแบบเดิมหรือไม่ แต่วันนี้ทุกฝ่ายกำลังตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยทางกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ได้ตรวจสอบอาวุธและเครื่องกระสุนแล้ว ไม่พบว่าหลุดออกจากระบบ ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เดินหน้ากวาดล้างและทลายเครือข่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชนในทุกมิติ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO