สรุป 5 ประเด็นสำคัญ ซัมมิต “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ส่งสัญญาณสัมพันธ์เชิงบวก
สรุป 5 ประเด็นสำคัญ ซัมมิต "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ส่งสัญญาณสัมพันธ์เชิงบวก เห็นพ้องสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ เดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 21 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดี จบลงด้วยสัญญาณเชิงบวก หลังทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ร่วมมือมากขึ้น แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐ และจีนจะเผชิญความขัดแย้งในหลายประเด็น ตั้งแต่ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน เทคโนโลยี ไปจนถึงการค้า
โดย 5 ประเด็นสำคัญจากแถลงการณ์ของฝ่ายจีนเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ ได้แก่
1. วางกรอบความสัมพันธ์ใหม่มั่นคงเชิงยุทธศาสตร์
สี จิ้นผิง และทรัมป์ เห็นพ้องร่วมกันที่จะพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงสร้างสรรค์และมีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจีนระบุว่าจะใช้เป็นกรอบหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้าและต่อจากนั้น
สี จิ้นผิง ระบุว่า ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่นี้จะขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ และการแข่งขันอย่างมีขอบเขต พร้อมบริหารจัดการความเห็นต่างไม่ให้ลุกลามเกินควบคุม
Tianchen Xu นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Economist Intelligence Unit มองว่า แนวทางดังกล่าวสะท้อนช่วงเวลาแห่งเสถียรภาพที่ถูกบริหารจัดการ แม้ความขัดแย้งจะยังคงอยู่ แต่ทั้งสองฝ่ายจะพยายามป้องกันไม่ให้สถานการณ์หลุดออกจากการควบคุมเหมือนที่เกือบเกิดขึ้นในปี 2568
2. การเจรจาการค้าก่อนซัมมิตเป็นบวกและสมดุล
สี จิ้นผิง เปิดเผยว่า คณะผู้แทนการค้าของทั้งสองประเทศ ซึ่งหารือกันที่เกาหลีใต้ก่อนการประชุมสุดยอด ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและเป็นบวกโดยรวม
การหารือดังกล่าวนำโดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐ และรองนายกรัฐมนตรีจีน โดยผู้นำจีนเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ไว้ พร้อมย้ำว่า จีนยินดีต้อนรับการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจจากสหรัฐมากขึ้น และประตูเปิดประเทศของจีนจะเปิดกว้างยิ่งกว่าเดิม
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นพร้อมกับการเดินทางเยือนจีนของซีอีอบริษัทสหรัฐฯ รายใหญ่หลายราย เช่น อีลอน มัสก์ และเจนเซน หวง
3. ขยายความร่วมมือและช่องทางสื่อสาร
สี จิ้นผิง เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ช่องทางการสื่อสารด้านการทูตและการทหารให้มากขึ้น เพื่อลดความเข้าใจผิดและบริหารความเสี่ยงระหว่างกัน นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้า เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว
4. ไต้หวันยังเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สุด
ผู้นำจีนใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวที่สุดกับประเด็นไต้หวัน โดยระบุว่า นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ
สี จิ้นผิง เตือนว่า หากจัดการประเด็นนี้อย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะเดินหน้าต่อได้ แต่หากจัดการผิดพลาด อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าหรือความขัดแย้ง
5. หารือปัญหาโลก ทั้งตะวันออกกลาง ยูเครน และเกาหลีเหนือ
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี แม้ฝ่ายจีนจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ก็ตาม
อ้างอิง : www.cnbc.com