M พลิกเกมสู้ศึกสุกี้สงครามราคา ดันโมเดล “บุฟเฟต์” ทุบสถิติรายได้ Q1 โต 14.3%
เมื่อ "ความคุ้มค่า" คือทางรอดเดียวในสมรภูมิร้านอาหาร เปิดกลยุทธ์ "เอ็มเค 299" และ "โบนัสสุกี้" เรือธงใหม่เขย่าพอร์ตร้านอาหารไทย ยอดขายสาขาเดิมพุ่ง 3.5% รับอานิสงส์ลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้นสวนกระแสกำลังซื้อ อัดงบขยายสาขาต่อเนื่อง พร้อมโชว์แบรนด์ใหม่รายได้โตกระโดดแตะ 11% ในพริบตา
13 พฤษภาคม 2569 - ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างหนัก อุตสาหกรรมร้านอาหารในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งใหญ่ โดย "สงครามราคา" และ"ความคุ้มค่า" กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกแบรนด์ ส่งผลให้ร้านอาหารแบบ A La Carte (สั่งตามเมนู) ต้องปรับตัวอย่างรุนแรงเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากกลุ่มบุฟเฟต์ที่กำลังครองเมือง
ปรากฏการณ์ที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต้องกระโดดลงมาเล่นในสนาม "บุฟเฟต์ราคาประหยัด" สะท้อนให้เห็นว่าสภาพคล่องในกระเป๋าของคนไทยยังคงตึงตัว การบริหารจัดการร้านอาหารจึงไม่ได้มีเพียงแค่การรักษาคุณภาพ แต่ต้องคำนวณต้นทุนต่อหัวให้ "โดนใจ" มวลชนมากที่สุด เพื่อรักษาปริมาณลูกค้า (Traffic) ให้คงที่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด
ผลประกอบการ: "เอ็มเค กรุ๊ป" แกร่งสวนกระแส
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยตัวเลขที่น่าสนใจ โดยสามารถทำ รายได้จากการขายและบริการถึง 4,047 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นยืนระยะได้ที่ 2,509 ล้านบาท
ปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้รายได้พุ่งทะยาน มาจากการปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ที่กล้าฉีกภาพจำเดิมๆ ผ่าน 2 กลไกหลัก :
- MK Buffet "คุ้มเกินคุ้ม": การนำแบรนด์แม่ลงมาเล่นราคา 299 บาท เพื่อดึงฐานลูกค้ากลุ่มที่เน้นความคุ้มค่าและกลุ่มคนรักเอ็มเคให้กลับมาใช้บริการถี่ขึ้น
- โบนัสสุกี้ (Bonus Suki): แบรนด์น้องใหม่ที่ถูกวางตัวเป็น "เรือธง" ในการบุกตลาดบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการได้ไม่นานแต่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างน่าทึ่ง
สัญญาณฟื้นตัว: ลูกค้าแห่เข้าร้านพุ่ง 8.3%
ตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญอย่าง ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาสนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% โดยเฉพาะแบรนด์หลักอย่าง "เอ็มเค เรสโตรองต์" ที่ยอดขายสาขาเดิมบวกต่อเนื่องถึง 6.1% สอดคล้องกับปริมาณลูกค้าที่เดินเข้าร้านเพิ่มขึ้นถึง 8.3%
แม้ว่าการรุกตลาดบุฟเฟต์จะทำให้บริษัทต้องเผชิญกับ "ต้นทุนที่สูงขึ้น" ทั้งค่าวัตถุดิบและค่าแรงพนักงานตามลักษณะของโมเดลธุรกิจ แต่ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่ากลยุทธ์การยอมเฉือนกำไรบางส่วนเพื่อแลกกับปริมาณลูกค้า (Volume) นั้นประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้บริโภคให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง
ความสำเร็จของเรือธงใหม่: "โบนัสสุกี้" และ "ฮิคินิคุ"
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดในพอร์ตของ M คือความแรงของ "โบนัสสุกี้" แม้เพิ่งเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 แต่ในไตรมาส 1/2569 นี้ กลับสามารถสร้างรายได้เป็นสัดส่วนถึง 11% ของพอร์ตรวม
ปัจจุบันโบนัสสุกี้มีสาขาเปิดให้บริการแล้ว 31 แห่ง และมีแผนงานที่ชัดเจนในการขยายตัว :
- เตรียมเปิดเพิ่มอีกกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ
- รองรับด้วยงบลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นอีก 700 ล้านบาท
- มุ่งเป้าเป็นธุรกิจบุฟเฟต์เต็มรูปแบบที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่ม
ขณะที่แบรนด์กระแสแรงอย่าง "ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ" (Hikiniku to Kome) ร้านแฮมเบิร์กชื่อดัง ปัจจุบันขยายไปแล้ว 4 สาขา และกำลังวางแผนขยายทั้งในไทยและต่างประเทศเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 สาขาภายในสิ้นปีนี้ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับประเภทอาหารในเครือ
มุมมองผู้บริหาร: การบริหารต้นทุนและก้าวต่อไป
แม้ในไตรมาสแรกบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายจากการทำโปรโมชั่นและการขยายสาขาที่สูงขึ้นตามโครงสร้างธุรกิจแบบบุฟเฟต์ แต่ทางบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ว่า:
"ยอดขายสาขาเดิมที่บวกต่อเนื่องถึง 6.1% และปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 8.3% สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่เน้นความคุ้มค่าและกลุ่มคนรักเอ็มเค โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายจากการบริหารจัดการต้นทุนจะมีแนวโน้มปรับลดลงในไตรมาส 2 จากประสิทธิภาพที่มากขึ้น"
การที่ M สามารถทำรายได้เติบโตได้ถึง 14.3% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของบริษัทในการปรับพอร์ตโฟลิโอ การขยับจากการพึ่งพารายได้แบบเดิมๆ มาสู่โมเดลที่ตอบโจทย์มวลชนมากขึ้นอย่างบุฟเฟต์ 299 บาท และการสร้างแบรนด์ใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตก้าวกระโดดอย่างโบนัสสุกี้
ก้าวต่อไปของ M คือการพิสูจน์ว่าในไตรมาสที่ 2 และช่วงที่เหลือของปี บริษัทจะสามารถ "รีดไขมัน" หรือบริหารจัดการต้นทุนพนักงานและวัตถุดิบในโมเดลบุฟเฟต์ให้มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะดันกำไรสุทธิให้เติบโตล้อไปกับยอดขายที่พุ่งทะยานได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ นี่จะเป็นการวางรากฐานครั้งใหม่ที่ทำให้เอ็มเคไม่ได้เป็นเพียงตำนานสุกี้ครอบครัว แต่เป็นเจ้าตลาดอาหารที่เข้าถึงทุกความต้องการของคนไทยอย่างยั่งยืน