โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงเวลาจริงจัง ‘พืชพลังงาน’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วิมล ตัน

ท่ามกลาง “วิกฤต” ย่อมมี “โอกาส” เกิดขึ้นเสมอ

ขณะที่โลกเจอกับวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ซัพพลายโดยเฉพาะพลังงานน้ำมัน ก๊าซ ตามด้วยปุ๋ย เม็ดพลาสติก เกิดอาการสะดุด ไม่สามารถขนส่งผ่านออกมาได้

หลายประเทศแม้กระทั่งไทยเองก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเพิ่มไบโอดีเซลและเอทานอลในเนื้อน้ำมันฟอสซิลมากขึ้น จาก B5 เป็น B7 หรือใช้ E20 หรือเทรนด์ใช้รถอีวีแทนรถสันดาป

ขณะเดียวกันความกลัวว่าค่าไฟจะแพงขึ้น ก็เกิดกระแสรณรงค์ติดโซลาร์บ้านเพื่อประหยัดค่าไฟ

แต่ที่สุดแล้วประเทศจะรอดพ้นวิกฤตได้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องปฏิรูป จัดโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญคือ ความชัดเจนในการกำกับดูแลพืชอาหารที่มีสถานะเป็นพืชพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง

แบบเดียวกับที่รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศนโยบายหยุดนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 พร้อมกับมาตรการปรับเกณฑ์มาตรฐานการผสมน้ำมัน จาก B40 เป็น B50 หรือใช้ปาล์มน้ำมันผสมในเนื้อน้ำมันถึง 50%หากทำได้ตามเป้าที่วางไว้อินโดนีเซียจะกลายเป็นชาติแรกในอาเซียนที่สามารถลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้สำเร็จ

หันมามองที่บ้านเรา ทั้งที่ไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรหลัก ทั้งข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง ยาง

แต่ทุกวันนี้กระทรวงพลังงานยังย่ำอยู่กับตัวเลขแค่ B5 และ B7

หนำซ้ำเมื่อกระทรวงพาณิชย์ประกาศควบคุมการส่งออกปาล์มน้ำมัน แค่ไม่กี่วันชาวสวนปาล์มและโรงสกัดพากันยื่นหนังสือประท้วง โดยให้เหตุผลว่าการควบคุมการส่งออกทำให้ราคารับซื้อปาล์มดิบตกลง

แสดงให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานภาพความเป็น “พืชการเมือง” ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เพราะสินค้าเกษตรเหล่านี้ครอบครองพื้นที่ปลูกหลักในเมืองไทย มีเกษตรกรที่อยู่ในวงจรจำนวนมาก ที่ผ่านมาเจอปัญหาวนลูปเดิม บางปีแล้ง ผลผลิตต่ำเตี้ย เกษตรกรเดือดร้อน ก็ประท้วงให้รัฐช่วยเหลือ ในทางกลับกันผลผลิตเยอะ ราคาตกต่ำ เดือดร้อน ก็เรียกร้องให้รัฐพยุงราคา จนเป็นที่รู้กันว่าหน้าที่หลักของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ของบประมาณพยุงราคาสินค้าเกษตร แจกจ่ายพันธุ์ หาน้ำให้เกษตรกร

ทั้งที่โลกวันนี้เทคโนโลยีล้ำไปไกล พืชอาหารไม่ได้อยู่แค่ “อาหาร” แต่สามารถพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็น “พืชพลังงาน”และขยับขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นอีกมากมาย

อย่างเช่น อ้อย และมันสำปะหลัง นอกจากจะเป็นแค่ “น้ำตาล” และ “แป้ง” ยังเป็นเอทานอลในน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ทำเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานน้ำตาลจากอ้อยยังเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลาสติกชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นหลอด ถุงหรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่สามารถย่อยสลายได้ 100%ขณะที่ชานอ้อยยังนำมาอัดเม็ดเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ใช้ในโรงไฟฟ้า

ส่วนแป้งมันสำปะหลังสามารถดัดแปรไปใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ สิ่งทอ และยา เช่น นำไปทำแคปซูลยา หรือผสมทำพลาสติกชีวภาพเพื่อเพิ่มอัตราย่อยสลาย ยิ่งไปกว่านั้นแป้งจากมันสำปะหลังยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมทางการแพทย์ คือ ใช้เป็นสารให้ความหวาน (Xylitol) หรือน้ำตาลทางเลือกสำหรับคนเป็นเบาหวาน

เช่นเดียวกับน้ำมันปาล์มทำอาหาร ปาล์มสำหรับไบโอดีเซล ก็ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น ทำสบู่ แชมพูโลชั่น แถมกากเนื้อปาล์มสกัดไปทำอาหารสัตว์ หรือทำเชื้อเพลิงชีวภาพ

ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลไทยจะจริงจังกับการปรับโครงสร้างพืชเกษตร โดยต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน เพิ่มคุณภาพการเพาะปลูก เพิ่มนวัตกรรม สร้างมูลค่า เป็นการอัพสกิล รีสกิล เกษตรกรไทย ให้เป็น “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” อย่างแท้จริง

เลิกรอฟ้ารอฝน รอเงินเยียวยาอย่างทุกวันนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถึงเวลาจริงจัง ‘พืชพลังงาน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...