“ธนาคารกลางออสเตรเลีย” ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 แตะ 4.35% สวนทางโลก
"ธนาคารกลางออสเตรเลีย" ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 แตะ 4.35% สะท้อนจุดยืนคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่ง
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนความมุ่งมั่นในการควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติ 8 ต่อ 1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.35% จาก 4.1% พร้อมย้ำว่าพร้อมดำเนินนโยบายเพิ่มเติมตามความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและการจ้างงาน
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายสวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่น ๆ ของโลก เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารญี่ปุ่น ที่ยังคงชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
ปัจจัยสำคัญที่กดดันเงินเฟ้อ คือ ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก เผชิญภาวะตึงเครียดและการปิดกั้นบางส่วน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
แม้เศรษฐกิจออสเตรเลียยังมีความแข็งแกร่งในบางด้าน เช่น อัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำราว 4.3% และการเติบโตของสินเชื่อรวมที่เพิ่มขึ้น 8.1% แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจกลับลดลง ขณะที่ภาคการผลิตหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนเมษายน
การขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องยังสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลก่อนการประกาศงบประมาณประจำปี โดยคาดว่ารัฐบาลจะออกมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง และอัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ธนาคารกลางคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังอยู่เหนือกรอบเป้าหมาย 2–3% ในปีนี้และปีหน้า โดยอาจแตะระดับ 3.8% ในกลางปี ก่อนค่อย ๆ ชะลอลงสู่ 3.1% ในปี 2570 และกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะยาวที่ราว 2.5% ในช่วงปลายปีเดียวกัน สะท้อนความท้าทายในการควบคุมเงินเฟ้อท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
อ้างอิง : www.bloomberg.com