Apple มองหาซัพพลายชิปเพิ่ม เจรจา Intel-Samsung ลดพึ่งพา TSMC
Apple มองหาซัพพลายชิปเพิ่ม เจรจา Intel-Samsung ลดพึ่งพา TSMC ลังดีมานด์ AI ดันซัพพลายตึงตัว ขณะที่ Tim Cook ยอมรับชิปขาดเป็นคอขวดกดการเติบโต
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Apple Inc. อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นกับ Intel Corp. และ Samsung Electronics เพื่อพิจารณาใช้บริการผลิตชิปหลัก (SoC) สำหรับอุปกรณ์ของตนในสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากพันธมิตรหลักอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company ที่ร่วมงานกันมายาวนาน แม้การเจรจายังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้น โดย Apple ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีของผู้ผลิตรายอื่น และอาจไม่เดินหน้าความร่วมมือในท้ายที่สุด
ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา Appleออกแบบชิปของตัวเอง และพึ่งพา TSMC ในการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยอุปกรณ์รุ่นล่าสุด เช่น iPhone และ Mac ใช้กระบวนการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแส AI และการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล รวมถึงความนิยมของอุปกรณ์ที่รองรับการประมวลผล AI ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน และเริ่มกระทบต่อการเติบโตของบริษัท
ซีอีโอ Tim Cook ยอมรับว่า Apple มีความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานน้อยกว่าปกติ และกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านจำนวนชิปที่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะชิปหลักที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญมากกว่าปัญหาชิปหน่วยความจำ
แม้ Appleต้องการกระจายความเสี่ยงด้วยการมีซัพพลายเออร์มากกว่าหนึ่งราย แต่การหาพันธมิตรสำรองไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทั้ง Intel และ Samsung ยังไม่สามารถแข่งขันกับ TSMC ในด้านกำลังการผลิตและเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม หาก Intel สามารถคว้า Appleเป็นลูกค้าได้ จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในแผนฟื้นธุรกิจของซีอีโอ Lip-Bu Tan ขณะที่ Samsung ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Apple ในตลาดสมาร์ตโฟน ก็อาจได้รับประโยชน์เชิงกลยุทธ์อย่างมากเช่นกัน
นอกจากนี้ การร่วมมือกับ Intel ยังอาจช่วยเสริมความสัมพันธ์ของApple กับรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การสนับสนุน Intel ในฐานะแชมป์แห่งชาติด้านเทคโนโลยีชิป ขณะเดียวกัน Appleก็ยังคงเดินหน้าร่วมมือกับ TSMC ในการขยายกำลังการผลิตในรัฐแอริโซนา โดยคาดว่าจะได้รับชิปจากโรงงานในสหรัฐ ราว 100 ล้านชิ้นภายในปี 2569
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังครอบคลุมเพียงส่วนเล็กของความต้องการทั้งหมด และบริษัทกังวลถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาการผลิตในไต้หวัน ซึ่งเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กับจีน โดยTim Cook เคยระบุว่า การพึ่งพาการผลิตจากภูมิภาคเดียวมากเกินไปไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชนยังส่งผลกระทบต่อสินค้าใหม่ เช่น iPhone 17 Pro รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดย Appleคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่อุปสงค์และอุปทานจะกลับเข้าสู่สมดุล สะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในยุค AI และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com