เกาะติด “สงครามตะวันออกกลาง” ยังตึงเครียด แม้ทรัมป์ส่งสัญญาณอาจยุติสงคราม
เกาะติดการโจมตีในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อเนื่อง แม้ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติในไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันลดลง
วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนยังคงเกิดขึ้นทั่วตะวันออกกลาง แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติได้ในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นแรง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า สงครามอาจสิ้นสุดภายใน 2–3 สัปดาห์ โดยระบุว่าสหรัฐได้บรรลุเป้าหมายทางทหารส่วนใหญ่แล้ว และอาจปล่อยให้ประเทศอื่น ๆ เข้ามาดำเนินการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ความเห็นดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้น แม้ว่าอิหร่านจะยังคงโจมตีอิสราเอล บาห์เรน คูเวต เรือบรรทุกน้ำมันใกล้กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยขีปนาวุธครูซในช่วงกลางคืน
ทรัมป์ ยังระบุว่า อิหร่านอาจสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้ภายในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ย้ำว่าแม้ไม่มีข้อตกลง สงครามก็สามารถยุติได้ โดยสหรัฐจะถอนตัวเมื่ออิหร่านไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ และเขายังกล่าวว่ารัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบันดีกว่าผู้นำก่อนสงคราม
ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า อิหร่านพร้อมรับมือการเผชิญหน้ากับกองกำลังสหรัฐ และยืนยันว่ามีการติดต่อโดยตรงกับทูตพิเศษสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟ แต่ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าเรากำลังเจรจา พร้อมระบุว่า อิหร่านไม่เชื่อถือสหรัฐ และไม่คาดหวังว่าการเจรจาจะได้ผล
โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ทรัมป์จะกล่าวแถลงต่อประชาชนเพื่ออัปเดตสถานการณ์อิหร่าน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
สงครามครั้งนี้ทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางการเมืองต่อพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ในปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอม
อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าเส้นเวลาที่ทรัมป์ระบุว่าจะจบสงครามภายใน 2–3 สัปดาห์จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขามักตั้งเส้นตายและเลื่อนออกไปหลายครั้ง ขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการยกระดับความขัดแย้งได้
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาร์โก รูบิโอ กล่าวว่าสหรัฐเริ่มเห็นเส้นชัยของสงครามอิหร่าน แต่ยอมรับว่าวัตถุประสงค์ของสหรัฐจะไม่สำเร็จภายในไม่กี่วัน
ทรัมป์แสดงความไม่พอใจพันธมิตรสหรัฐที่ไม่ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเสนอว่าประเทศที่ใช้เส้นทางนี้ควรเป็นผู้เปิดเอง ซึ่งอาจทำให้ประเทศอ่าวอาหรับกังวล
แม้ว่าสหรัฐอาจยุติปฏิบัติการทางทหารและปล่อยให้กองกำลังนานาชาติเปิดช่องแคบ แต่การทำเช่นนั้นจะลดอำนาจต่อรองของสหรัฐกับอิหร่าน
ขณะเดียวกันสหรัฐได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินอีกหนึ่งกองกำลังเข้าสู่ตะวันออกกลาง โดยเรือ USS George H.W. Bush ได้ออกเดินทางจากรัฐเวอร์จิเนียแล้ว
ก่อนสงครามสหรัฐได้ส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้าสู่ตะวันออกกลาง แต่ก็ยังไม่สามารถบีบให้อิหร่านยอมตามข้อเรียกร้อง เช่น การยุติโครงการขีปนาวุธหรือการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคได้
ปัจจุบัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศอ่าวอาหรับเพียงประเทศเดียวที่ประกาศจะเข้าร่วมกองกำลังทางทะเลเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่บาห์เรนกำลังผลักดันมติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อจัดตั้งกองกำลังทางเรือ
อ้างอิง : www.bloomberg.com