โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“HYROX” เจาะลึกสมรภูมิคนอึด ที่กำลังยึดพื้นที่วงการกีฬาโลก

INN News

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.29 น. • INN News

ในยุคที่นิยามของการดูแลสุขภาพไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การวิ่งในสวนสาธารณะ หรือการยกน้ำหนักในยิมทั่วไป โลกแห่งความฟิตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่ความท้าทายรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความทรหดของร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน ปรากฏการณ์ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการกีฬาและการออกกำลังกายทั่วโลกในขณะนี้คงหนีไม่พ้น "HYROX" (ไฮร็อกซ์) การแข่งขันความฟิตระดับโลกที่เปลี่ยนโรงจัดแสดงสินค้าให้กลายเป็นลู่วิ่งและสนามประลองกำลังที่ดุเดือดที่สุด บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงจุดกำเนิด เสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกเสพติดความเหนื่อยล้า และมูลค่าความทุ่มเทที่ผู้เข้าแข่งขันต้องจ่ายเพื่อแลกกับเส้นชัยในรายการนี้

จากแนวคิดในเยอรมนี สู่สนามแข่งมาตรฐานสากล

จุดเริ่มต้นของ HYROX เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017 ณ เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี จากวิสัยทัศน์ของ Christian Toetzke ผู้คร่ำหวอดในวงการจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลก และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัย ทั้งสองมองเห็นช่องว่างในตลาดฟิตเนสว่า โลกนี้มีงานวิ่งมาราธอนสำหรับนักวิ่ง มีการแข่งขันไตรกีฬาสำหรับผู้อึดทน และมีรายการอย่าง CrossFit สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญทักษะเฉพาะทางและการยกน้ำหนักโอลิมปิก แต่กลับยังไม่มีการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อ "ผู้ที่ชื่นชอบการเข้ายิมโดยทั่วไป" (The Everyday Athlete)

พวกเขาจึงเนรมิต HYROX ขึ้นมาภายใต้แนวคิด “การแข่งขันความฟิตสำหรับทุกคน” (The Fitness Race for Every Body) โดยตัดท่าทางที่ซับซ้อนและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บออกไป เหลือเพียงการเคลื่อนไหวพื้นฐานตามธรรมชาติของมนุษย์ หรือ Functional Training ที่ต้องอาศัยทั้งพละกำลัง ความทนทาน และระบบการหายใจที่ยอดเยี่ยม

รหัสลับแห่งความทรหด วิ่ง 1 กิโลเมตร สลับ 8 ด่านมหาโหด

รูปแบบการแข่งขันของ HYROX ถูกออกแบบมาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะลงแข่งในนิวยอร์ก ลอนดอน หรือกรุงเทพมหานคร ระยะทางและน้ำหนักของอุปกรณ์จะเหมือนกันทุกประการ กฎกติกาคือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวิ่ง 1 กิโลเมตร จากนั้นเข้าไปทำภารกิจในด่านทดสอบความฟิต (Workout Station) สลับกันไปจนครบ 8 ด่าน ซึ่งประกอบไปด้วย

  • SkiErg (1,000 เมตร) เครื่องจำลองการเล่นสกีที่สูบพลังจากกล้ามเนื้อแขน ไหล่ และแกนกลางลำตัว
  • Sled Push (50 เมตร) การเข็นเลื่อนน้ำหนักมหาศาล ที่ต้องใช้พลังระเบิดจากกล้ามเนื้อขา
  • Sled Pull (50 เมตร) การดึงเลื่อนน้ำหนักเข้าหาตัว ทดสอบความแข็งแกร่งของแผ่นหลังและท่อนแขน
  • Burpee Broad Jumps (80 เมตร) การทำเบอร์ปีพร้อมกระโดดไปข้างหน้า ผลาญพลังงานและอัตราการเต้นของหัวใจขั้นสุด
  • Rowing (1,000 เมตร) เครื่องกรรเชียงบกที่ต้องผสานจังหวะการดึงของร่างกายทุกส่วน
  • Farmers Carry (200 เมตร) การหิ้วน้ำหนักเดิน เสมือนชาวนาถือถังน้ำ ทดสอบความทนทานของหน้าแขนและแรงบีบมือ
  • Sandbag Lunges (100 เมตร) แบกถุงทรายและก้าวเดินแบบย่อตัว รีดเค้นพลังงานเฮือกสุดท้ายจากกล้ามเนื้อขา
  • Wall Balls (75-100 ครั้ง) การย่อตัวโยนลูกบอลน้ำหนักอัดกำแพง ด่านสุดท้ายที่วัดใจว่าใครจะยืนหยัดจนจบการแข่งขันได้

ทำไมคนทั่วโลกถึงยอมจ่ายเงินเพื่อไปทรมานตัวเอง?

ความนิยมของ HYROX เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากอีเวนต์เดียวในปี 2017 สู่การแข่งขันหลายสิบสนามในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ปัจจัยหลักที่ทำให้ HYROX ครองใจสายฟิต มีดังนี้

  • ความเข้าถึงง่าย แต่ท้าทายขีดจำกัด แม้ท่าทางจะดูเบสิกและปลอดภัยกว่าการยกน้ำหนักแบบโอลิมปิก แต่เมื่อนำมารวมกับการวิ่ง 8 กิโลเมตร มันกลับกลายเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของทั้งร่างกายและจิตใจที่โหดหินที่สุด ทำให้ทั้งนักกีฬาสมัครเล่นและมืออาชีพสามารถลงแข่งในสนามเดียวกันได้
  • ระบบจัดอันดับโลก (Global Leaderboard) เนื่องจากการแข่งขันใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ผู้เข้าแข่งขันจึงสามารถเปรียบเทียบสถิติเวลาของตนเองกับนักกีฬาในรุ่นอายุเดียวกันจากทั่วทุกมุมโลกได้ สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง
  • บรรยากาศระดับเฟสติวัล HYROX ไม่ใช่แค่งานแข่งกีฬา แต่เป็นเสมือนเทศกาลที่จัดขึ้นในฮอลล์ขนาดใหญ่ จัดเต็มด้วยแสง สี เสียง และเสียงเชียร์จากผู้ชมที่สามารถเข้ามารับชมได้ใกล้ชิดติดขอบสนาม สร้างอะดรีนาลีนให้พลุ่งพล่านตลอดการแข่งขัน

สานฝัน HYROX ต้องจ่ายเท่าไหร่?

แน่นอนว่าเมื่อกระแสนี้ลามมาถึงเอเชียและประเทศไทย การจัดการแข่งขันอย่าง HYROX Bangkok จึงสร้างความตื่นตัวให้กับคอมมูนิตี้สายฟิตชาวไทยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่แรงกาย แต่ยังหมายถึงการลงทุนทั้งในด้านเวลาและทุนทรัพย์

สำหรับผู้ที่วางแผนจะลงชิงชัยในอีเวนต์ระดับโลกนี้ ค่าใช้จ่ายไม่ได้จบแค่ "ค่าสมัครแข่งขัน" ซึ่งมักจะอยู่ในหลักหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทเดี่ยว คู่ หรือทีมผลัด แต่ยังครอบคลุมไปถึง "ค่าเตรียมความพร้อม" ซึ่งรวมถึงค่าสมาชิกฟิตเนสที่มีอุปกรณ์เฉพาะทางอย่าง SkiErg หรือ Sled ค่าจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวเพื่อวางแผนการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง โภชนาการและอาหารเสริมเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ไปจนถึงอุปกรณ์กีฬาอย่างรองเท้าที่ต้องรองรับทั้งการวิ่งและการทรงตัวในการดันน้ำหนักหนักๆ

แม้ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงถึงหลักหมื่นบาท แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในความท้าทาย พวกเขามองว่านี่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพ ซื้อประสบการณ์ระดับโลก และเป็นการซื้อ "ความภาคภูมิใจ" ที่ครั้งหนึ่งสามารถพิชิตบททดสอบทางร่างกายที่เข้มข้นที่สุดรายการหนึ่งของโลกได้สำเร็จ

ในท้ายที่สุด HYROX ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กีฬาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะเหนือผู้อื่น แต่คือการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าของร่างกายและข้ออ้างในจิตใจของตนเอง ปรากฏการณ์นี้กำลังพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมฟิตเนสระดับโลก และพร้อมที่จะเปิดรับทุกคนที่มีความกล้าพอที่จะท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...