โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท. มอง หุ้นไทย ฟื้นแกร่งสุดอาเซียน ชูปันผลสูง 4%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 10.45 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอง หุ้นไทย รีบาวด์เด่นหลังราคาลงลึก รับมือวิกฤตโลกได้ดี ชี้ Dividend Yield 4% สูงสุดในภูมิภาค พร้อมแนะรัฐเลิกตรึงราคาน้ำมัน นำงบช่วยกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด เตรียมดันมาตรการ TISA และ Omnibus Law ทันทีที่มีรัฐบาลใหม่

25 มีนาคม 2569 - ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวภายหลังงานสัมมนา"The Successor :Beyond Legacy สานต่อธุรกิจ ส่งต่อคุณค่าสู่ความยั่งยืน" จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร ว่า ตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวลงไปมาก ขณะที่พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จุดเด่นสำคัญของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เฉลี่ยราว 4% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในอาเซียน แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก แต่มีความผันผวนน้อยกว่าที่คาด

นายกิติพงศ์แนะนักลงทุนให้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ และไม่ตื่นตระหนกเกินไป โดยหุ้นที่มีผลประกอบการดีและให้เงินปันผลในระดับ 3-7% ยังเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจาก บจ.ไทยมีความสามารถในการปรับตัวและบริหารความเสี่ยงได้ดี

ในมุมภาคธุรกิจ มองว่าวิกฤตเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานและขนส่งที่สูงขึ้น จำเป็นต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเชื่อว่าบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งจะยังเติบโตได้แม้ในภาวะผันผวน

สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคของประชาชน อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนจะค่อยๆ ปรับตัวได้ในระยะยาว พร้อมสนับสนุนแนวคิดให้รัฐบาลยกเลิกการตรึงราคาน้ำมัน เนื่องจากอาจบิดเบือนกลไกตลาดและเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในอนาคต

โดยเสนอให้ภาครัฐนำงบประมาณไปช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ผ่านฐานข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอมาตรการสำคัญต่อรัฐบาลชุดใหม่ อาทิ การจัดตั้งบัญชีออมเพื่อการลงทุน (Thai Individual Saving Account: TISA) การผลักดันกฎหมายแบบแพ็กเกจ (Omnibus Law) และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมศักยภาพตลาดทุนไทยในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...