โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นมโรงเรียน ปี 69 ป่วน เอกชนโวยโดนหั่นโควตา 30% บีบซื้อนมกล่องสหกรณ์-อ.ส.ค. แจกเด็ก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 4 -19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มี 31 ข้อ มีทั้งหมด 6 หมวด ดังนี้

  • หมวด1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

และการสมัครเข้าร่วมโครงการ

  • หมวด 2 หน้าที่ของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการ
  • หมวด 3 หลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธิและพื้นที่การจาหน่ายนมโรงเรียน

ส่วนที่ 1 หลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธินมโรงเรียน

ส่วนที่ 2 หลักเกณฑ์การจัดสรรพื้นที่การจำหน่ายนมโรงเรียน

  • หมวด 4 การทำสัญญา การจัดส่ง และการจัดเก็บนมโครงการ
  • หมวด 5 มาตรการควบคุมและกากับดูแลโครงการ
  • หมวด 6 การพิจารณาความผิดและบทลงโทษผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อห้ามที่กำหนด

แหล่งข่าวผู้ประกอบการนมโรงเรียน เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ข้อเสนอเพื่อสนับสนุนความร่วมมือโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมนมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มโครงการ ทั้งสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการเอกชน ต่างมีบทบาทร่วมกันในการรับซื้อน้ำนมดิบ การแปรรูป และการกระจายผลิตภัณฑ์สู่โรงเรียนทั่วประเทศ

“สหกรณ์โคนม” เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสมาชิกและรวบรวมน้ำนมดิบจากเกษตรกร ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนได้เข้ามาสนับสนุนระบบผ่านการลงทุนในศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ โรงงานแปรรูป และระบบโลจิสติกส์จึงเห็นว่าทั้งสองภาคส่วนควรร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมไทย ภายใต้หลักการที่เป็นธรรม สมดุล และยั่งยืนแนวทางเสนอพิจารณา

  • 1.โอกาสเท่าเทียมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกประเภทเข้าร่วมโครงการภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน
  • 2. ลดการกระจุกตัวของสิทธิ ผู้ประกอบการแต่ละราย ยื่นขอสิทธิได้เพียง 1 สิทธิ
  • 3. เน้นหน่วยงานที่ดูแลเกษตรกรโดยตรง ให้ความสำคัญกับหน่วยงานที่มีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบจากเกษตรกร
  • 4. บริหารน้ำนมดิบอย่างยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้บริหารจัดการน้ำนมดิบระหว่างพื้นที่ได้ตามความเหมาะสม

เป้าหมายร่วมกัน สร้างความร่วมมือระหว่าง สหกรณ์และผู้ประกอบการเอกชน เพื่อให้อุตสาหกรรมนมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของประเทศ

ด้านนายพรชัย บุษบง ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคกลาง จำกัด กล่าวว่า ในนามของชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคกลาง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคนมไทย ใคร่ขอเสนอประเด็นปัญหาที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบบริหารจัดการน้ำนมดิบและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อโปรดพิจารณาผลักดันไปยังคณะกรรมการฯ ดังนี้

1. ประเด็นการจ้างผลิตผม UHT ช่วงปิดภาคเรียน (ข้อ 6.5)

  • ปัญหา : การจำกัดให้ผู้ผลิตนมพลาสเจอร์ไรส์จ้างผลิตนม UHT ได้ เฉพาะกับสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการผูกขาด และวิกฤตสภาพคล่อง เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีเงื่อนไขการชำระเงินสดทันที ต่างจากภาคเอกชนที่มีระบบเครดิตเทอมอีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บสต็อกนมกว่า 518 ล้านกล่อง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหานมล้นตลาดในช่วงปิดภาคเรียน

ข้อเสนอแนะ : ควรเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม "ทุกรายที่เข้าร่วมโครงการ" มารับจ้างผลิตได้ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการจัดเก็บสินค้าและรักษาสมดุล และมีประสิทธิภาพสูงสุด

2.ประเด็นการจัดสรรสิทธิ 70:30 (ข้อ 12.2)

ปัญหา : การแบ่งสัดส่วนระหว่างกลุ่มที่ 1 (สหกรณ์/รัฐ) ยังขาดความชัดเจนในทางปฎิบัติไม่ได้ยึดตามปริมาณน้ำนมดิบจริงในพื้นที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่รับชื่อน้ำนมจากสหกรณ์ในพื้นที่เสียสิทธิ และอาจเกิดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ที่มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจซ้ำซ้อน กรณีสิทธินมโรงเรียนในพื้นที่มีน้อยกว่าปริมาณน้ำนมดิบ ให้ความสำคัญกับการจัดสรรสิทธิให้กลุ่มสหกรณ์ (กลุ่มที่1) ให้ครบตามสัดส่วนร้อยละ 70 เป็นลำดับแรก เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการ

3. ประเด็นการทอนสิทธิกรณีน้ำนมดิบนอกเขต (ข้อ 12.5)

ปัญหา :การลดทอนสิทธิสูงถึงร้อยละ 50 สำหรับการซื้อน้ำนมข้ามเขตในกรณีไม่ได้เป็นเจ้าของศูนย์รวบรวมเองถือเป็นการผืนกลไกธรรมชาติของแหล่งผลิตโคนมไทย ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในพื้นพื้นที่กลุ่ม 1,3 และ 6 เกณฑ์นี้จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีน้ำนมมากไม่มีที่จำหน่าย และเกิดภาวะนมล้นตลาดอย่างรุนแรง

ข้อเสนอแนะ : ขอให้พิจารณาใช้หลักเกณฑ์การลดทอนสิทธิตามประกาศปีการศึกษา 2568 (ข้อ12.5.1) ซึ่งมีความยึดหยุ่นและสอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตและขนส่งน้ำนมดิบในปัจจุบันมากกว่า

4. ผู้ประกอบการที่รับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์จำนวนมาก ควรได้รับสิทธิ์นมโรงเรียนมากตามปริมาณที่รับซื้อเพื่อประโยชน์กับสหกรณ์ที่จำหน่ายน้ำนมดิบให้กับผู้ประกอบการได้ตามจำนวนที่ผู้ประกอบการรับซื้อ เนื่องจากบางสหกรณ์ ไม่มีโรงงานแปรูปผลิตนมเป็นของตนเอง จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับสิทธิ์นมโรงเรียนเท่าที่ควร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...