UAE ระอุ! โดรนถล่มโครงสร้างพลังงานซ้ำซ้อน ฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง ดันน้ำมันพุ่ง
ตะวันออกกลางปะทุอีกระลอก หลัง UAE ถูกโจมตีทั้งแหล่งก๊าซ-คลังน้ำมัน-เรือขนส่ง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซแทบปิดตาย กระทบเส้นทางพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 02.03 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระลอกใหม่ ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงของอุปทานพลังงานโลกในระยะยาว
เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายจุด ทั้งการโจมตีด้วยโดรนใส่แหล่งก๊าซธรรมชาติ “Shah gas field” ซึ่งเป็นโครงการก๊าซเปรี้ยวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จนเกิดเพลิงไหม้และต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราว รวมถึงเหตุไฟไหม้ในเขตอุตสาหกรรมน้ำมัน Fujairah และการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
รัฐบาลอาบูดาบีเปิดเผยว่า เหตุโจมตีที่แหล่งก๊าซ Shah ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 177 กิโลเมตร ไม่พบผู้บาดเจ็บ แต่ส่งผลให้การผลิตหยุดชะงัก โดยแหล่งก๊าซแห่งนี้มีกำลังการผลิตสูงถึง 1.28 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และผลิตกำมะถันได้ปีละ 4.2 ล้านตัน
ในอีกด้านหนึ่ง การโจมตีด้วยโดรนยังทำให้เกิดเพลิงไหม้ใน “Fujairah Oil Industry Zone” ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของการส่งออกน้ำมันและการเติมเชื้อเพลิงเรือของ UAE แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญ โดยเฉพาะ Fujairah ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์เก็บน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก และเป็นเส้นทางหลักที่หลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวเผชิญการโจมตีหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน UAE ได้กลับมาเปิดน่านฟ้าอีกครั้งในวันอังคาร หลังจากต้องปิดชั่วคราวจากเหตุโดรนอิหร่านโจมตีถังเชื้อเพลิงจนเกิดไฟไหม้
ฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง กระทบเส้นเลือดใหญ่พลังงานโลก
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดคอขวดพลังงานโลกเลวร้ายลงอย่างมาก โดยการเดินเรือแทบหยุดชะงัก นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือที่พยายามผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
แม้ UAE จะมีทางเลือกอย่างท่อส่งน้ำมัน “Habshan–Fujairah (ADCOP)” ที่สามารถขนส่งน้ำมันได้ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (สูงสุดเกือบ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน) เพื่อหลีกเลี่ยงฮอร์มุซ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงทั้งหมด
เรือถูกโจมตีต่อเนื่อง ตลาดน้ำมันผันผวนหนัก
รายงานจากศูนย์ UKMTO ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด ขณะจอดอยู่ห่างจากชายฝั่ง Fujairah ราว 23 ไมล์ทะเล แม้ความเสียหายจะอยู่ในระดับเล็กน้อย และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ก่อนมีเรืออย่างน้อย 6 ลำได้รับความเสียหายในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน ขณะที่อิหร่านเตือนว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
น้ำมันพุ่งแรงสุดในรอบหลายปี
ตลาดพลังงานตอบสนองทันที โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 2.2% อยู่ที่ 102.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 2.2% อยู่ที่ 95.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นับตั้งแต่เกิดสงครามสหรัฐ–อิหร่าน ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแล้วราว 40% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดย Brent กลับมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
อ้างอิง : cnbc.com