โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เอ็ดดี้" ชำแหละวาทกรรมประธานสภาใหม่ พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมา

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 17 มี.ค.69 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ตลกไม่ออก! พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมาเป็นประธานสภา?

…………………………

ชำแหละวาทกรรมประธานสภา เมื่อ "กาลเทศะ" สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจประชาชน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติเองก็ออกปากยอมรับว่าเป็นยุค "ข้าวยากหมากแพง" ประเด็นการเสนอทบทวนงบประมาณเลี้ยงอาหารกลางวัน ส.ส. กลับถูกตอบกลับด้วยคำว่า "ตลก" และ "ผิดกาลเทศะ"

ท่าทีของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ไม่เพียงแต่สร้างแรงกระเพื่อมในโลกออนไลน์ แต่ยังทิ้งคำถามตัวโตๆ ถึงวิสัยทัศน์และความเข้าอกเข้าใจ ที่สภาอันทรงเกียรติพึงมีต่อประชาชนผู้จ่ายภาษี

หากเราถอดรหัสจากบทสัมภาษณ์ล่าสุด จะพบว่าวาทกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ "ผู้นำนักปฏิบัติ" กลับเต็มไปด้วยความย้อนแย้งในตัวเองที่น่าสนใจ

1. "กาลเทศะ" ของสภา หรือการปัดตกความต้องการของประชาชน?

การอ้างว่าข้อเสนอของ นพ.วรงค์ เป็นเรื่องตลกเพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ ถือเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นในยุคที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัดกันทุกครัวเรือน คำถามที่น่าสนใจคือ มีช่วงเวลาใดหรือที่ไม่เหมาะสมในการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน? การตีกรอบเรื่องสวัสดิการ ส.ส. ว่าเป็นเพียง "เรื่องเก่าเล่าใหม่" และพยายามปัดตกไป สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างหอคอยงาช้างกับความเดือดร้อนของชาวบ้าน การหยิบยกความคุ้มค่าของเงินภาษีมาหารือ ไม่ควรถูกด้อยค่าว่าเป็นเพียงการ "หิวแสง" หรือดราม่าทางการเมือง

2. เน้น "ผลงาน" แต่โยนภาระให้ "กลไกราชการ"

ประธานสภาฯ ย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่ายุคนี้ต้องเอาผลงาน ไม่เอาภาพลักษณ์ แต่เมื่อถูกจี้ถามถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการทบทวนสวัสดิการ กลับได้รับคำตอบว่า "เป็นเรื่องของฝ่ายเลขาฯ และสำนักงบประมาณ" หากทราบดีว่าปัญหานี้เรื้อรังมาหลายยุคสมัยและไม่มีใครกล้าแก้ เหตุใดประมุขฝ่ายนิติบัญญัติจึงไม่ใช้วิสัยทัศน์และอำนาจสั่งการเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหา? การปล่อยให้กลไกเดินไปตามปกติ ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ผู้นำที่เด็ดขาด และดูเหมือนจะเป็นเพียงการซื้อเวลามากกว่าการลงมือทำจริง

3. ศรัทธาประชาชน สั่งไม่ได้ด้วยการห้ามวิจารณ์

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการพาดพิงสื่อและนักวิจารณ์ว่า ปั่นข้อมูลจนคนเบื่อการเมือง และทำให้สังคมขาดศรัทธา ในความเป็นจริงแล้ว ศรัทธาของประชาชนไม่ได้เกิดจากการงดตั้งคำถาม แต่เกิดจากความโปร่งใสและการกระทำที่จับต้องได้ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับท่าทีของฝ่ายบริหารที่พยายามลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อน สภาผู้แทนราษฎรกลับกำลังสร้างกำแพงแยกตัวเองออกจากการตรวจสอบของสังคมผ่านคำว่า "อย่าปั่นข้อมูลเท็จ"

บทสรุป: บทพิสูจน์ "โสภณล้านปี" หรือสภาที่ประชาชนเข้าถึงได้?

การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานสภาฯ พร้อมกับความตั้งใจที่จะลบภาพจำเดิมๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่การจะนำพาสภาให้เป็น "สัปปายะสถาน" ที่สง่างามได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะที่แทงใจดำที่สุดเสียก่อน งบอาหารกลางวันอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของงบประมาณประเทศ แต่มันคือ "สัญลักษณ์" สำคัญที่ชี้วัดว่า ตัวแทนของประชาชนพร้อมที่จะลดอภิสิทธิ์ของตนเอง เพื่อยืนเคียงข้างประชาชนในยามวิกฤตหรือไม่

หากเสียงวิจารณ์จากประชาชนยังถูกมองเป็นเรื่องตลกไร้กาลเทศะ สภาชุดนี้ก็อาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ฝีมือของนักวิจารณ์คนใด แต่เป็นผลจากการกระทำของตัวสภาเอง

พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมาเป็นประธานสภา?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...