ตำรวจเกาหลีใต้เร่งจัดระเบียบการจัดการคริปโตของกลางหลังเกิดเหตุสูญหาย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้เดินหน้าจัดระเบียบการจัดการสินทรัพย์คริปโตที่ยึดได้จากคดีอาญา หลังเกิดเหตุสูญหายและบริหารจัดการผิดพลาดซ้ำซาก รวมถึงเหตุการณ์ฟิชชิงที่ทำให้บิทคอยน์ในความดูแลของสำนักงานอัยการหายไปกว่า 320 เหรียญ ก่อนแฮกเกอร์จะส่งคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ ด้านงบประมาณที่จัดสรรไว้เพียง 83 ล้านวอนถูกวิจารณ์ว่าไม่สมเหตุสมผลกับความเสี่ยงมหาศาล
ตามรายงานของ Asiae สื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ KNPA เดินหน้าจัดทำร่างแนวปฏิบัติฉบับใหม่สำหรับการจัดการสินทรัพย์คริปโตที่ถูกยึดในคดีต่างๆ รวมถึงสินทรัพย์ประเภทที่เน้นความเป็นส่วนตัว โดยมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานการดูแลหลักฐานดิจิทัลให้เป็นระบบและรัดกุมยิ่งขึ้น
ร่างคำสั่งดังกล่าวครอบคลุมข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในทุกขั้นตอนของกระบวนการยึดสินทรัพย์คริปโต ตั้งแต่การจัดการซอฟต์แวร์วอลเล็ตไปจนถึงการดูแลโทเค็นประเภทที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
โฆษกสำนักงานตำรวจให้สัมภาษณ์กับ Asiae ว่า เมื่อรูปแบบการสืบสวนเปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่สนามจำเป็นต้องมีแนวปฏิบัติที่เป็นระบบและการสนับสนุนที่เหมาะสม โดยเปรียบให้เห็นภาพชัดว่า "ในอดีต ของที่ยึดมาเก็บไว้ในคลังสินค้า แต่บัดนี้ เราต้องจัดการทั้งที่อยู่วอลเล็ตและกุญแจส่วนตัว" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมายในยุคสินทรัพย์ดิจิทัล
การเร่งผลักดันกฎระเบียบชุดนี้เกิดขึ้นหลังจากมีกรณีสินทรัพย์คริปโตที่ยึดได้สูญหายและถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสมในขณะอยู่ในความดูแลของภาครัฐ จนกลายเป็นข้อกังขาใหญ่ต่อระบบการบริหารจัดการหลักฐานดิจิทัลของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
เร่งหาบริษัทรับฝากทรัพย์สิน หลังประมูลล้มเหลว 3 ครั้ง
KNPA วางแผนสรุปผลการคัดเลือกผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ภาคเอกชนภายในครึ่งแรกของปี 2569 ทว่าเส้นทางสู่จุดนั้นไม่ราบรื่น เมื่อในปี 2568 การเปิดประมูลสามครั้งติดต่อกันต้องสิ้นสุดลงโดยไม่ได้ผล หลังบริษัทที่ยื่นเสนอตัวถูกตัดสินว่าไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด
อย่างไรก็ตามยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่จัดสรรสำหรับภารกิจนี้ Asiae รายงานว่าตำรวจจัดสรรงบเพียง 83 ล้านวอน หรือราว 55,600 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจัดการสินทรัพย์คริปโตที่ยึดมาทั้งหมด ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าไม่สอดคล้องกับมูลค่าและความเสี่ยงที่แท้จริงของสินทรัพย์เหล่านั้น
ทั้งนี้อ้างอิงจากคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด Asiae ประเมินว่ามูลค่าคริปโตที่ตำรวจยึดได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารวมกันสูงถึง 54,500 ล้านวอน หรือประมาณ 36.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นบิทคอยน์ราว 50,700 ล้านวอน และอีเทอร์ราว 1,800 ล้านวอน
เหตุฟิชชิงบิทคอยน์อัยการ บทเรียนราคาแพงของระบบรัฐ
แรงกระตุ้นสำคัญที่เร่งให้ร่างแนวปฏิบัติชุดนี้คืบหน้ามาจากเหตุการณ์ฟิชชิงที่กระทบต่อบิทคอยน์ในความดูแลของสำนักงานอัยการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ต่อมาเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการเขตกวางจูตรวจพบระหว่างการตรวจสอบตามปกติว่า บิทคอยน์จำนวนประมาณ 320 เหรียญหายไปจากบัญชีที่อยู่ในความดูแลของอัยการ นับตั้งแต่ช่วงการสืบสวนในเดือนสิงหาคม 2568
ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานอัยการรายงานว่าบิทคอยน์ที่หายไปได้รับคืนแล้ว หลังแฮกเกอร์ผู้ไม่ทราบตัวตนส่งคืนสินทรัพย์ที่ขโมยไปโดยปราศจากคำอธิบายใดๆ
ล่าสุดวันที่ 10 มีนาคม 2569 อัยการแจ้งว่าได้ขายสินทรัพย์ดังกล่าวและโอนเงินจำนวนประมาณ 31,590 ล้านวอน หรือราว 21.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าคลังของรัฐเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่าระบบการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐเกาหลีใต้ยังมีช่องโหว่ที่ต้องเร่งอุดรอยรั่วอย่างเร่งด่วน ทั้งในแง่บุคลากร งบประมาณ และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค ซึ่งร่างแนวปฏิบัติฉบับใหม่นี้ถูกจับตามองว่าจะสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้มากน้อยแค่ไหน
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO