"อ.ปริญญา" เทียบ "ระบอบทักษิณ กับ ระบอบเขากระโดง" สะท้อนปัญหาอำนาจองค์กรอิสระ
"อ.ปริญญา" เทียบ "ระบอบทักษิณ กับ ระบอบเขากระโดง" สะท้อนปัญหาอำนาจองค์กรอิสระ เตือนระบบตรวจสอบไทยยังไม่สมดุล เสี่ยงกระทบความเชื่อมั่น หากไม่ปฏิรูปเชิงโครงสร้างทั้งระบบ
วันที่ 25 เม.ย. 2569 ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง The Room 44 โดยแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทย และการเปรียบเทียบระหว่าง “ระบอบทักษิณ” กับสิ่งที่บางฝ่ายเรียกว่า “ระบอบเขากระโดง”
อาจารย์ปริญญาระบุว่า “ระบอบทักษิณ” เกิดขึ้นภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งวางโครงสร้างองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และ ป.ป.ช. โดยเปิดช่องให้ตัวแทนพรรคการเมืองมีอิทธิพลต่อกระบวนการสรรหา หากสามารถรวมเสียงได้ตามเกณฑ์
ในยุคของ ทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2544 โครงสร้างรัฐบาลผสมทำให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถมีบทบาทต่อการสรรหาองค์กรอิสระได้บางส่วน จนนำไปสู่ข้อวิจารณ์เรื่องการเมืองแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่ายุคของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความแตกต่างอย่างมาก โดยเฉพาะภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกองค์กรอิสระ ทำให้เกิดข้อครหาว่าระบบสามารถถูกควบคุมได้มากกว่าเดิม
อาจารย์ยังกล่าวถึงกรณีการคัดเลือก สว. หลังปี 2567 ที่มีความซับซ้อนสูง และถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเอื้อให้กลุ่มการเมืองที่จัดระบบได้ดีสามารถได้ที่นั่งจำนวนมาก จนนำไปสู่ข้อครหาเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” และการเชื่อมโยงไปถึงองค์กรอิสระ
ในประเด็นคดีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อาจารย์ปริญญากล่าวว่า คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่ามีการถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินี ซึ่งเป็นเหตุให้พ้นตำแหน่ง แต่ไม่มีคำสั่งให้โอนหุ้นคืนโดยตรง
ขณะที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กลับนำเหตุการณ์ภายหลัง เช่น การฟ้องร้องและการตกลงยอมความ รวมถึงการซื้อที่ดิน มาประกอบการยกคำร้อง ซึ่งอาจารย์มองว่าเป็นการตีความที่ไม่สอดคล้องกับหลักการพิจารณาความผิด ณ เวลาดำรงตำแหน่ง
เขายังตั้งข้อสังเกตว่า ความแตกต่างของมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง อาจสะท้อนถึงความไม่ชัดเจนของมาตรฐานการตรวจสอบ และอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบโดยรวม
อาจารย์ปริญญายังวิจารณ์ภาพรวมของระบบองค์กรอิสระว่า ทั้ง กกต. และ ป.ป.ช. กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางและความเที่ยงธรรม โดยชี้ว่าระบบปัจจุบันยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้เกิดข้อครหาว่ามีความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย
เขาเปรียบเทียบหลายกรณีเพื่อสะท้อนความแตกต่างของมาตรฐาน เช่น บางคดีถูกมองว่าเข้มงวดเกินไป ขณะที่บางคดีถูกมองว่าหย่อนเกินไป จนทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรม
อาจารย์สรุปว่า ปัญหาหลักคือ “ความไม่สมดุลของระบบ” ซึ่งทำให้สังคมเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่น และหากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่วิกฤตศรัทธาทางการเมืองในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม อาจารย์ปริญญากล่าวว่าทางออกสำคัญคือการสร้างระบบที่ยึดหลักกติกาเดียวกัน โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมเสนอว่าการแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างอำนาจยังไม่ถูกปรับให้สมดุล