KWM ปั้นสินค้าใหม่ดันโต แบรนด์ Pegasus แรง
#KWM #ทันหุ้น – KWM พลิกเกมฝ่าวิกฤติกำลังซื้อเกษตรทรุด 40% เร่งปรับหมากสู้ศึกราคาพืชผลผันผวน แถมน้ำมันแพง พร้อมเร่งออกไลน์ใหม่เสริมพอร์ต ปักหมุดขยายฐานลูกค้าไทยเต็มสูบ ฟากแบรนด์ Pegasus โตแรง หนุนสัดส่วนรายได้ทะลุ 20%
นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือKWM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับการเกษตร เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมกำลังซื้อในตลาดอุปกรณ์การเกษตรปัจจุบันปรับตัวลดลงกว่า 30-40% จากแรงกดดันของราคาพืชผลทางการเกษตรที่ผันผวน อาทิ อ้อย รวมถึงวิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องเร่งสำรวจปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นำเข้าสินค้า
ทั้งนี้ บริษัทได้นำเข้าสินค้าหรือใช้วัตถุดิบเหล็กจากล็อตเก่ามาผลิตสินค้าในเกรดราคาประหยัดมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่หันมาเลือกสินค้าราคาย่อมเยาชั่วคราว พร้อมทั้งปรับปรุงไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ใบจักรสำหรับเตรียมดินโดยไม่ต้องเผา ซึ่งเคยได้รับความนิยมสูง และสปริงโอ่งสำหรับคัดท้ายรุ่นใหม่ ที่ได้รับการตอบรับดีและมียอดขายเติบโต
ดังนั้น บริษัทจึงปรับแผนจากเดิมที่มุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิม มาเป็นการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และไลน์สินค้าใหม่เพื่อขยายตลาดเพิ่มเติม โดยเฉพาะตลาดในประเทศซึ่งยังเป็นตลาดหลัก พร้อมมองว่าธุรกิจการเกษตรที่เชื่อมโยงกับภาคอาหารจะมีโอกาสฟื้นตัวแรงหลังผ่านพ้นวิกฤต ส่วนตลาดต่างประเทศ เวียดนามเริ่มมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาแล้ว ขณะที่เมียนมายังมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ส่วนตลาดลาวยังค่อนข้างซบเซาในทิศทางเดียวกับไทย
ปัจจุบัน โครงสร้างรายได้หลักของ KWM ยังคงมาจากการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์คูโบต้า คิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของรายได้รวม ขณะที่แบรนด์ Pegasus ของบริษัทมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง จนมีสัดส่วนเกิน 20% ของรายได้ โดยเน้นเจาะกลุ่มเกษตรกรมืออาชีพ ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพสูงและมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนออกสินค้าใหม่เพิ่มเติม อาทิ ใบมีดตัดหญ้าและอุปกรณ์เกี่ยวข้าว เพื่อจำหน่ายควบคู่ไปกับใบโรตารี่ที่เป็นสินค้าหลักของลูกค้าเดิม
ปรับแผนธุรกิจ
นอกจากนี้ KWM ยังปรับทิศทางธุรกิจมาให้ความสำคัญกับตลาด B2C มากขึ้น หลังมองว่ามีศักยภาพเติบโตได้เร็วกว่าตลาด B2B จึงได้ขยายทีมงานเพื่อพัฒนาสินค้าใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ โดยช่องทาง B2B ยังคงจำหน่ายผ่านร้านค้าอะไหล่และเครื่องมือช่างทั่วประเทศในลักษณะขายขาดเพื่อให้ร้านค้าสต๊อกสินค้า ขณะที่ B2C บริษัทจะเพิ่มช่องทางการขายตรงผ่านระบบออนไลน์และแพลตฟอร์มต่างๆ