โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Omnistealer มัลแวร์หลอกขโมยข้อมูล แอบส่งใน GitHub

Techhub

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดูเหมือนจะเป็นเช้าที่สดใสของโปรแกรมเมอร์หลายคน เมื่อมีข้อความทักเข้ามาใน LinkedIn เสนองาน Freelance แก้บั๊กเล็กๆ น้อยๆ บนโปรเจกต์ใน GitHub พร้อมค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังโค้ดที่ดูธรรมดานั้น คือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการขโมยข้อมูลระดับโลกที่แนบเนียนที่สุด

ล่าสุดทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ตรวจพบแคมเปญมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อว่า Omnistealer ซึ่งกำลังระบาดหนักในกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการขโมยข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่อีเมล รหัสผ่าน ไปจนถึงเงินในกระเป๋าคริปโต

ความน่ากลัวของ Omnistealer ไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูล แต่มันคือวิธีการ ที่มันใช้หลบเลี่ยงการตรวจจับ โดยนักวิจัยพบว่าแฮกเกอร์ใช้เครือข่ายบล็อกเชนอย่าง TRON, Aptos และ Binance Smart Chain เป็นส่วนหนึ่งของระบบส่งต่อมัลแวร์

แทนที่มันจะดาวน์โหลดไฟล์อันตรายจากเซิร์ฟเวอร์โดยตรงแบบเดิมๆ แต่มัลแวร์จะไปดึงคำสั่งที่ซ่อนอยู่ในธุรกรรมบนบล็อกเชน เพื่อนำทางไปสู่การติดตั้งรหัสอันตรายตัวสุดท้ายลงในเครื่องเหยื่อ โดยมันคือการขโมยทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่

– Crypto Wallets ซึ่งสามารถรองรับมากกว่า 60 รายการ (เช่น MetaMask, Coinbase)
-Password Managers เช่น LastPass และตัวเก็บรหัสบน Browser อย่าง Chrome, Firefox
– Cloud Services ข้อมูลสำคัญบน Google Drive และไฟล์ในเครื่องทั้งหมด

แฮกเกอร์กลุ่มนี้ คาดว่าอาจเป็นกลุ่ม Lazarus Group จากเกาหลีเหนือ มีวิธีการเข้าหาเหยื่อ 2 รูปแบบหลัก

1.สวมรอยเป็น HR/Recruiter ติดต่อจ้างงานโปรแกรมเมอร์ ให้ทำแบบทดสอบ โดยส่งลิงก์ GitHub ให้ไป Clone โค้ดมาลองรันในเครื่อง ซึ่งในนั้นมีมัลแวร์แฝงอยู่
2.สวมรอยเป็น Freelance แฮกเกอร์สมัครงานเอง แล้วส่ง Pull Request ที่ดูเหมือนจะช่วยแก้บั๊กในโปรเจกต์ แต่จริงๆ แล้วแอบฝังโค้ดอันตรายไว้ในนั้น

ปัจจุบันมีรายงานว่ามีข้อมูลหลุดไปแล้วกว่า 300,000 ชุด รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาลและบริษัทด้านความปลอดภัยระดับโลกด้วย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความไว้ใจในโลก Open Source กำลังถูกใช้เป็นอาวุธ แฮกเกอร์รู้ดีว่าเหล่านักพัฒนาอาศัยความเร็วในการทำงาน และมักจะไว้ใจโค้ดบน GitHub ในระดับหนึ่ง

สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือการใช้ Blockchain เป็นฐานทัพมัลแวร์ เพราะบล็อกเชนถูกออกแบบมาให้ไม่มีใครลบข้อมูลได้ หมายความว่ารหัสอันตราย เหล่านี้จะฝังอยู่ในระบบนิเวศของโลกดิจิทัลไปตลอดกาล ยิ่งในยุคที่มีเครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ด การสร้างมัลแวร์ที่ซับซ้อนแบบนี้จะยิ่งทำได้ง่ายขึ้นและกระจายตัวได้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว

ที่มา

techspot


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...