โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดฉาก ‘Motor Show 2026’ ยอดจองรถทุบสถิติทะลุ 1.3 แสนคัน โตพุ่ง 71% พลังงานไฟฟ้าเบอร์หนึ่ง BYD ครองแชมป์ ขณะที่กลุ่มกระบะยังน่าห่วงจากพิษเศรษฐกิจและสงคราม

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ปิดฉาก ‘Motor Show 2026’ ยอดจองรถทุบสถิติทะลุ 1.3 แสนคัน โตพุ่ง 71% พลังงานไฟฟ้าเบอร์หนึ่ง BYD ครองแชมป์ ขณะที่กลุ่มกระบะยังน่าห่วงจากพิษเศรษฐกิจและสงคราม

เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยตลอด 12 วันของการจัดงานมีประชาชน ให้ความสนใจเนืองแน่นกว่าทุกปี อันเนื่องมาจากภาวะราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าช่วงราคา 400,000 – 600,000 บาท มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นและราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้ง่าย

ประเด็นสำคัญ

  • ทุบสถิติยอดจอง 1.3 แสนคัน สะท้อนกำลังซื้อฟื้นตัว
  • เปิดลิสต์ Top 10 แบรนด์ยอดฮิต: ค่ายรถจีนกวาดกระดาน
  • หัวเลี้ยวหัวต่ออุตสาหกรรม: จากสันดาปสู่ ‘ยุคพลังงานใหม่’
  • ปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้ง: เมื่อ ‘ราคาน้ำมัน-สงคราม’ กระทบกลุ่มกระบะ
  • Roadmap ปี 2026-2027: รับไม้ต่อมาตรการ EV 3.5

ทุบสถิติยอดจอง 1.3 แสนคัน สะท้อนกำลังซื้อฟื้นตัว

รายงานจากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน Bangkok International Motor Show ระบุว่า ตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์ 132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

เปิดลิสต์ Top 10 แบรนด์ยอดฮิต: ค่ายรถจีนกวาดกระดาน

สำหรับ 10 อันดับยอดจองรถยนต์สูงสุดในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47

  • BYD: 17,354 คัน
  • TOYOTA: 15,750 คัน
  • OMODA JAECOO: 15,088 คัน
  • MG: 10,537 คัน
  • DEEPAL+NEVO (เครือ CHANGAN): 8,573 คัน
  • GEELY: 7,811 คัน
  • CHERY: 7,509 คัน
  • GWM: 6,819 คัน
  • GAC: 6,287 คัน
  • HONDA: 5,907 คัน

เมื่อเทียบกับยอดจองรถยนต์ปี 2025 อยู่ที่ 77,379 คัน พบว่าเติบโตขึ้น 71.82% เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ผู้เข้าชมงานในปี 2026 เติบโตขึ้นจากปีก่อน 12.32% ซึ่งเห็นได้จากช่วงการจัดงานในวันธรรมดาผู้เข้าชมงานหนาแน่นกว่าปีก่อนชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์รถยนต์ที่มีพลังงานไฟฟ้า ผู้ชมให้ความสนใจชนิดต่อแถวรอชมรถคันจริง หรือแม้กระทั่งคิวทดสอบรถที่เต็มอย่างรวดเร็วชนิดเปิดงานยังไม่ทัน 1 ชั่วโมงคิวเต็มแล้ว

หัวเลี้ยวหัวต่ออุตสาหกรรม: จากสันดาปสู่ ‘ยุคพลังงานใหม่’

จาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน ‘Bangkok International Motor Show’ ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง

ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น ‘แพลตฟอร์ม’ เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชันพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

จาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในปีนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

“ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจและมาเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม ซึ่งทุกท่านมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของงานแสดงยานยนต์นี้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค” จาตุรนต์กล่าว

ภาพสรุปยอดจอง Motor Show 2026 พุ่ง 1.3 แสนคัน โดยรถ EV และแบรนด์จีนกวาดส่วนแบ่งตลาด 1

ปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้ง: เมื่อ ‘ราคาน้ำมัน-สงคราม’ กระทบกลุ่มกระบะ

ด้านสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยสถานการณ์รถยนต์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 มองว่า ภาพรวมยังติดลบอยู่ แต่กลุ่มรถยนต์นั่งมีแนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นอานิสงส์ของมาตรการ EV จากรัฐบาลต่างๆ เพราะรถที่ขายได้มันไปกระจุกตัวอยู่รถประเภท xEV แต่การส่งออกยังไม่ค่อยสู้ดีนัก ส่วนที่ยังไม่ฟื้นคือกลุ่มรถกระบะนอกจากผลกระทบจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน สภาพเศรษฐกิจ ยิ่งสงครามตะวันออกอาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มรถกระบะโดยตรงอีกด้วย

ภาพสรุปยอดจอง Motor Show 2026 พุ่ง 1.3 แสนคัน โดยรถ EV และแบรนด์จีนกวาดส่วนแบ่งตลาด 2

สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

“กลุ่มรถกระบะเดิมมีผลกระทบด้านสถาบันการเงินอยู่ แล้วมาซ้ำเติมด้วยเรื่องสงครามตะวันออก เพราะ 2 เดือนที่ผ่านมามันยังไม่รวมสงคราม เดือนมีนาคมเราอาจจะได้เห็นบ้าง แต่ข้อดีอันหนึ่งคือถ้าผู้บริโภคยังไม่ตื่นตระหนก ยังมีการใช้จ่ายอยู่ ถ้ามันยุติเร็วการใช้จ่ายปกติก็จะไม่กระทบมาก แต่ถ้ามันยืดเยื้อผู้บริโภคอาจมีความกังวลใจและเซฟตัวเอง”

ขณะเดียวกันสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามตะวันออกกลาง สุวัชร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่จิตวิทยาถ้ารถที่ยังต้องใช้น้ำมันและน้ำมันปรับตัวขนาดนี้ มันก็มีส่วนที่อาจทำตลาดรถยนต์โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันหรือดีเซล เพราะซื้อมาไม่มีตังค์เติมน้ำมันก็มี และปรับตัวแบบสูงเยอะด้วย

“เมื่อเทียบกับภาวะปกติที่ปรับน้อยเป็นเปอร์เซ็นต์ต่ำ แต่อันนี้ปรับขึ้นมากระโดด เพราะฉะนั้นการคำนวณภาระที่ต้องใช้จ่ายเรื่องนี้สูงขึ้นเขาก็อาจต้องชะลอตัว ต้องรัดเข็มขัดตัวเองเพราะราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นด้วย กำลังในการซื้อรถยนต์มันก็อาจจะลดน้อยลง” สุวัชร์กล่าว

Roadmap ปี 2026-2027: รับไม้ต่อมาตรการ EV 3.5

ด้านมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลในปัจจุบันได้เข้าสู่มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 EV 3.5 ช่วงปีพ.ศ. 2567 – 2570 โดยขณะนี้บางผู้ผลิตได้เข้าสู่ช่วงการผลิตชดเชย โดยเงินอุดหนุนจะลดลงเหลือ 20,000 – 50,000 บาท สำหรับรถที่มีความจุแบตเตอรี่ไม่เกิน 50 kWh และ 50,000 – 100,000 บาท สำหรับรถที่มีความจุแบตเตอรี่เกิน 50 kWh ลดการเก็บภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% และต้องมีการผลิตชดเชยในสัดส่วน 1:2 คัน (นำเข้า 1 คัน ผลิตคืน 2 คัน) ซึ่งมาตราการดังกล่าวมีผลไปจนถึงปี 2570

และในปีนี้มีผู้ผลิตหลายรายเข้าสู่กระบวนการผลิตชดเชย ซึ่งเตรียมเปิดสายการผลิต อาทิ HYUNDAI ที่เตรียมแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 รุ่นผลิตในประเทศในช่วงกลางปีนี้ เช่นเดียวกับ CHERY Q รถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดช่วงราคาไว้ไม่เกิน 500,000 บาท ก็เตรียมจะผลิตจากโรงงานในไทยที่จังหวัดระยองในช่วงกลางปีเช่นเดียวกัน

นี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปภายหลังงานแสดงยานยนต์อย่าง Bangkok International Motor Show ปิดฉากลง นับเป็นแรงส่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการขยับตัวและสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ทั้งนี้งาน Bangkok International Motor Show ครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งผู้จัดงานคาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...