ปชน. โวยประธานสภาฯ เสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านล่าช้า ทำประชาชนเสียประโยชน์
"ณัฐชา" โวย "โสภณ" พูดส่งๆ ประวิงเวลาเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ปล่อยให้ล่าช้ากระทบต่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ไม่ควรนำประเด็นคดี 44 สส. มาทำให้สาธารณะเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรงของประธานสภา
17 เมษายน 2569 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่ายังไม่สามารถดำเนินการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านได้ เนื่องจากต้องรอการแจ้งชื่อจากพรรคประชาชน
นายณัฐชา กล่าวว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีบรรทัดฐานการปฏิบัติจากประธานสภาฯ ในอดีตอย่างชัดเจน หากยังมีข้อสงสัย ก็ควรศึกษาข้อมูลและยึดแนวทางของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งมาก่อน ไม่ใช่ให้สัมภาษณ์ในลักษณะ “พูดส่งๆ” ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรนำประเด็นคดีของ 44 สส. มาเป็นเหตุให้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญล่าช้า
“พรรคประชาชนมีหัวหน้าพรรคชัดเจนอยู่แล้ว คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ได้หายไปไหน และไม่มีขั้นตอนพิเศษใดที่พรรคต้องดำเนินการเพิ่มเติม หากประธานสภาจะเดินหน้าตามกระบวนการ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโยนความรับผิดชอบมาที่พรรคประชาชน” นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา กล่าวย้ำว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเป็นกลไกสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ดังนั้นการปล่อยให้เกิดความล่าช้า ย่อมกระทบต่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ไม่ใช่เพียงประเด็นทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าที่จะมีการจัดสรรกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ 35 คณะ พรรคประชาชนยืนยันว่ามีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตรวจสอบ เพื่อผลักดันและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“พวกเรารับรู้ว่ามีประเด็นเรื่องคดีของ 44 สส. แต่ขอยืนยันว่าเราไม่ได้กระทำผิด และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติอย่างเต็มที่ ตามที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่ เว้นแต่จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ” นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนกระบวนการของสภาเป็นหน้าที่โดยตรงของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสามารถดำเนินการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านได้ทันที เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏชัดอยู่แล้วว่า พรรคฝ่ายค้านมีหัวหน้าพรรคครบถ้วน
“อย่าปล่อยให้ขั้นตอนพื้นฐานของรัฐสภากลายเป็นอุปสรรคทางการเมือง เพราะสุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชน” นายณัฐชา กล่าวทิ้งท้าย