โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พังงาเรือนำเที่ยวเงียบ! นักท่องเที่ยวหายวูบกว่า 50% เรือกว่า 100 ลำจอดเทียบท่า กระทบรายได้หนัก

สยามรัฐ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือสุระกุล หรือ ท่าเรือกะโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งท่าเรือที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวชมความสวยงามในอ่าวพังงา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนและคนไทยที่เดินทางมาจาก จ.พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ในการใช้บริการรถบัสโดยสารมาลงเรือที่ท่าเรือแห่งนี้ แต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี้พบว่าเงียบเหงาลงไปเป็นอย่างมาก สืบเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมุนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 50 % ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือทัวร์ท่องเที่ยวต้องนำเรือจอดเทียบท่ากว่า 100 ลำ และผู้ประกอบการบางคนต้องหันไปหาอาชีพอื่นทำจึงวอนให้รัฐบาลหามาตตราการแก้ไขเร่งด่วน

นางโชติมนต์ รุ่งแสง ผู้จัดการ บริษัทเกรียติเจริญชัย 1 จำกัด ผู้ประกอบการเรือทัวร์อ่าวพังงา กล่าวว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไปกว่า 50 % ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาลงเรือเพื่อไปชมความงดงามยังอ่าวพังงาในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลสงกรานต์ โดยสาเหตุเกิดจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ผู้ประกอบการเรือทัวร์นำเที่ยวต้องแบกรับภาระในค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวลดลงมาก ส่วนที่มาเที่ยวก็ลดการจับจ่ายใช้สวยลง เพราะต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปกตินักท่องเที่ยวที่มาจะเดินทางไปเขาตาปู เขาพิงกัน เกาะปันหยี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เมื่อก่อนบริเวณท่าเรือสระกุลเคยมีนักท่องเที่ยวมาลงเรือจำนวนมากจนไม่มีที่จอดรถแต่มาตอนนี้ที่จอดรถโลงเรือทัวร์นับร้อยลำต้องจอดเทียบท่า คนที่ขับเรือต้องหันไปรับจ้างงานอื่นแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...