10 ขั้นตอนที่คนอยากเรียนต่ออเมริกา ต้องรู้ เตรียมตัวอย่างไร พบคำตอบได้ที่นี่
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 08.47 น. • HELLO! Magazine Thailandใครที่กำลังใกล้เรียนจบแล้ว หรือวางแผนสำหรับอนาคตที่จะไปเรียนต่ออเมริกา แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี HELLO! Education รวม 10 ขั้นตอนการเตรียมตัวไปเรียนต่ออเมริกาแบบละเอียดมาไว้ให้แล้ว มาเริ่มวางแผนการเรียนต่ออเมริกาไปพร้อมๆ กันได้เลยค่า
อ่านบทความ : 7 ข้อดี ทำไมต้องเรียนต่อที่อเมริกา
1.ค้นคว้าหาคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ:
เริ่มต้นด้วยการค้นคว้ามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาที่เปิดสอนหลักสูตรในสาขาที่คุณสนใจ พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น สถานที่ตั้ง ชื่อเสียงทางวิชาการ การเสนอหลักสูตร และวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ลองศึกษาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เช่น usnews.com พวกนี้มีบอกทั้งอันดับ และราคาค่าใช้จ่ายต่อเทอมเรียบร้อย ดังนั้น ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นมากๆ ว่าเราเหมาะกับมหาวิทยาลัยไหน
2.ทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดการรับเข้าเรียน:
แต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีข้อกำหนดการรับเข้าเรียนที่แตกต่างกัน ตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงการทดสอบภาษาอังกฤษตามแบบมาตรฐานของอเมริกัน โดยข้อสอบจะทดสอบความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ 4 ทักษะ การฟัง (Listening) การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) เช่น การสอบวัดระดับของ TOEFL หรือ IELTS รวมถึงการสอบที่นิยมกันมากๆ อย่าง ACT (American College Testing Assessment ) การทดสอบมาตรฐานที่วัดระดับความรู้ วัดทักษะการใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสารที่จำเป็น เพื่อประเมินความพร้อมทางวิชาการของนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งการสอบ ACT ประกอบไปด้วยวิชา English , Math ,Reading ,Science Reasoning และ การเขียน Essay (Optional) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณารับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาที่นิยมค่อนข้างมาก สุดท้ายอย่าลืมใบรับรองผลการเรียนของเราด้วย
3.เตรียมใบสมัครของคุณ:
เมื่อคุณระบุมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจแล้ว ให้เตรียมเอกสารการสมัครของคุณ ซึ่งอาจรวมถึงการกรอกแบบฟอร์มใบสมัคร การเขียนเรียงความหรือข้อความส่วนตัว การได้รับจดหมายแนะนำตัว และส่งหลักฐานการศึกษาและคะแนนสอบ
4.การวางแผนทางการเงิน: การเรียนที่สหรัฐอเมริกาอาจมีค่าใช้จ่ายสูงราว 6- 7 แสนบาทต่อปี (รวมค่าเทอมและค่ากินอยู่) ดังนั้นการวางแผนการเงินของคุณอย่างรอบคอบจึงเป็นเรื่องสำคัญ อาจลองศึกษาทุนการศึกษาวิจัย และตัวเลือกความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับนักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ โปรดเตรียมพร้อมที่จะแสดงหลักฐานความสามารถทางการเงินเพื่อครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อยื่นขอวีซ่านักเรียน 5.สมัครทุนการศึกษา: สำรวจโอกาสในการได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัย องค์กรภาครัฐ และมูลนิธิเอกชน เริ่มต้นการค้นหาตั้งแต่เนิ่นๆ และสมัครทุนการศึกษาให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน
อ่านบทความ : 7 เทคนิค เตรียมพิชิตทุนฟุลไบรท์ จากมูลนิธิการศึกษาไทย –อเมริกัน https://www.th-hellomagazine.com/education/fulbright-scholarship/ 6.การยื่นขอวีซ่า: เมื่อคุณได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คุณจะต้องสมัครวีซ่านักเรียน (โดยทั่วไปคือวีซ่า F-1 เพื่อการศึกษาเชิงวิชาการ) ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลในประเทศไทยเพื่อนัดสัมภาษณ์วีซ่าและเตรียมเอกสารที่จำเป็น อ่าน วิธีการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 อย่างละเอียด จากนั้นกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้เสร็จสมบูรณ์ เตรียมหลักฐานการตอบรับจากมหาวิทยาลัย เอกสารทางการเงิน และหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ (ควรคำนวณเวลาที่เราตั้งใจจะไปศึกษาต่อไว้ด้วย) 7.เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการปรับตัวทางวัฒนธรรมอเมริกัน: การย้ายไปยังประเทศใหม่ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับความแตกต่างทางวัฒนธรรมและปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในสหรัฐอเมริกา ทำความคุ้นเคยกับขนบธรรมเนียม บรรทัดฐาน และความคาดหวังของชาวอเมริกัน และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเชื่อมโยงกับผู้คนจากพื้นฐานชีวิตที่ต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และอื่นๆ 8.ทำประกันสุขภาพ: มหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกากำหนดให้นักศึกษาต่างชาติต้องมีประกันสุขภาพ หลายสถานศึกษามักมีข้อกำหนดที่เป็นรายลักษณ์อักษรว่าจำเป็นต้องใช้ประกันสุขภาพเพื่อยื่นสมัครเรียน แล้วแต่โปรแกรมที่เลือกแตกต่างกันไป ในบางสถาบันอาจไม่บังคับก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้การทำประกันก็เพื่อหากเกิดเหตุฉุกเฉินทางบ้านจะได้สบายใจในเรื่องค่าใช้จ่าย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายก็มีกรณีให้เห็นอยู่ถมไป ดังนั้นอย่าลืมศึกษาตัวเลือกการประกันสุขภาพที่มีให้คุณและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มหาวิทยาลัยของคุณกำหนด 9.ร่วมปฐมนิเทศนักศึกษาตั้งแต่วันแรก: เมื่อคุณได้รับวีซ่าและเตรียมการเดินทางแล้ว ให้เข้าร่วมการปฐมนิเทศที่มหาวิทยาลัยของคุณจัดขึ้นเพื่อทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ทุกแง่มุมของมหาวิทยาลัย ความคาดหวังด้านวิชาการ และบริการช่วยเหลือนักศึกษา ใช้ประโยชน์จากกิจกรรมปฐมนิเทศเพื่อพบปะเพื่อนนักเรียนใหม่ๆ และเริ่มสร้างพันธมิตรเพื่อใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้คุ้มและสนุกที่สุด! 10. เปิดใจในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสถาบันศึกษาเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์: ตลอดเวลาที่คุณอยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณควรรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดเวลาการศึกษา กฎระเบียบการเข้าเมือง และกิจกรรมของมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในองค์กรนักศึกษา ชมรม และกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในวิทยาลัยของคุณและใช้เวลาในอเมริกานี้ให้คุ้มค่าที่สุด HELLO! Education หวังว่า ด้วยการทำตามขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้ พร้อมจัดระเบียบในการคิดสิ่งที่ควรทำก่อนหลัง จะทำให้นักเรียนไทยที่อยากไปเรียนต่ออเมริกา สามารถมีแนวทางในการคิดและดำเนินการเรื่องการเดินทางไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ
อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่Hello!
- 7 ข้อดี ทำไมต้องเรียนต่อที่อเมริกา
- คุยกับมนพร ไกรฤกษ์ ทายาทรุ่นที่ 4 กับการทำงานร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์
- ณัทรดี นฤปเวศม์ ลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้น ทายาท นพ.ณัทธร นฤปเวศม์ แห่ง The Skin Clinic
- New Zealand VS Australia เลือกเรียนต่อที่ไหนดี
- อัปเดตชีวิตลูกทั้ง 4 ของครอบครัว Beckham และวิธีการเลี้ยงลูกให้รู้จัก “ความอ่อนน้อมถ่อมตน” (บทความที่ 1)
- โรงเรียนนานาชาติ DBS โรงเรียนในฝันของเจนเนอร์เรชั่นใหม่ (th-hellomagazine.com)
- ตามรอย โรงเรียนนานาชาติ ของลูกคนดัง เขาเรียนที่ไหนกันบ้าง? (th-hellomagazine.com)
- ย้อนประวัติการศึกษา เอ็มมา สโตน นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเวทีออสการ์ 2024
- อัปเดต 10 ประเทศยอดนิยมในการศึกษาต่อต่างประเทศ อิตาลี อังกฤษ