โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง 122% ‘พลังงาน’ ตรึงดีเซล-เบนซินทำน้ำมันไทยต่ำกว่าเพื่อนบ้าน!

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง 122% "พลังงาน" ตรึงดีเซล-เบนซินทำน้ำมันไทยต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างมีนัยสำคัญ เผยล่าสุดกองทุนน้ำมันติดลบประมาณ 20,000 ล้านบาท ใช้เงินอุดหนุนอีกประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท

นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 20 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 158 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 122% จากช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวที่มีนัยสำคัญต่อระบบพลังงานโลก

ราคาน้ำมันดิบ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลเสถียรภาพราคาในประเทศ ทำให้ราคาขายปลีกยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยปัจจุบันน้ำมันดีเซลประมาณ 31.40 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E10 อยู่ที่ประมาณ 33.05 บาทต่อลิตร ซึ่งยังไม่สะท้อนต้นทุนโลกเต็มที่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าราคาน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มาเลเซียมีราคาดีเซลประมาณ 38-39 บาทต่อลิตร ขณะที่ฟิลิปปินส์และเวียดนามมีการปรับขึ้นในอัตราสูงกว่า โดยบางประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 50-70%

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเดินหน้ามาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และการกำหนดส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ต่ำกว่า E10 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และช่วยรักษาเสถียรภาพพลังงานในระยะยาว

นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยในปัจจุบันติดลบอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท และยังต้องใช้เงินอุดหนุนอีกประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท ส่วนจะต้องอุดหนุนไปอีกนานเท่าใดนั้น ตามนโยบายรัฐบาลในปัจจุบัน กำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 33 บาท/ลิตร โดยจะทยอยปรับลดการชดเชยราคาลง ซึ่งในแต่ละครั้งจะมีอัตราในการลดการชดเชยราคาที่ไม่เท่ากัน

นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งฉบับที่ 4 ให้ยกเลิกการสำรองน้ำมัน 3% นั้น นายวุฒิทัติ กล่าวว่า จะช่วยทำให้ผู้ค้าไม่ต้องพะวงในการนำน้ำมันมาเก็บสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งสถานการณ์ตอนที่มีคำสั่ง ฉบับที่ 2 ให้เพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือน มี.ค. และ 3% ในสิ้นเดือนเม.ย.นั้น เป็นกรณีที่สถานการณ์ยังคาดการณ์ไม่ได้

แต่หากสถานการณ์การสู้รบต่อเนื่องยาวนาน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับการจัดส่งน้ำมัน และการนำน้ำมันเชื้อเพลิงจัดส่งไปยังปลายทางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น จึงจะยังคงอัตราน้ำมันสำรองไว้ที่ 1% เช่นเดิม ก็จะทำให้ภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำมัน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...