“กรณ์” จ่อยื่นญัตติด่วน ถกวิกฤตพลังงาน 25 มี.ค. ถามน้ำมันหายไปไหน จี้รัฐบาลเร่งสอบ
“กรณ์” งง น้ำมันหายไปไหน ทั้งที่เพิ่มการกลั่น-ลดส่งออก จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ ไร้คำตอบแจงสังคม จ่อยื่นญัตติด่วนถกในสภา วิกฤตพลังงาน 25 มี.ค. อัดรัฐบาล ล้มเหลว ไม่โปร่งใส ไม่มืออาชีพ ย้ำ ภาคอุตสาหกรรมแย่งน้ำมันหน้าปั๊ม เอาเปรียบประชาชน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มี.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนเป็นปัญหาสำคัญ ตนได้ตรวจสอบในพื้นที่ต่างจังหวัดพบว่า น้ำมันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่เดือดร้อนมากเป็นกรณีพิเศษ ที่พบว่าปริมาณน้ำมันที่คลังน้ำมันส่งให้ปั๊มน้ำมันในภาคใต้ ถูกลดลงถึง 50% จากยอดส่งปกติ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนเช่นเดิม ขณะที่รัฐบาลบอกว่า ปริมาณน้ำมันดิบในประเทศมีเพียงพอ โดยได้มีคำสั่งให้โรงกลั่นน้ำมันเพิ่มกำลังการผลิตสูงขึ้นถึง 104% แล้ว และรัฐบาลระบุว่า ยังลดปริมาณการส่งออกน้ำมันลงด้วย จากปกติที่ส่งออกวันละ 200,000 ลิตรต่อวัน ลดลงเหลือประมาณ 50,000 ลิตรต่อวัน จึงทำให้เกิดคำถามว่า ในเมื่อรัฐบาลบอกว่า มีน้ำมันดิบมีเพียงพอ และเพิ่มกำลังการกลั่นถึง 104% บวกกับลดส่งออกลง แล้วน้ำมันส่วนต่างหายไปไหน จะบอกว่าชาวบ้านกักตุนก็คงไม่ใช่
“มันเป็นคำถามง่ายๆ ที่วันนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากภาครัฐ แต่ที่ชัดเจนและเป็นข้อเท็จจริง คือปั๊มน้ำมันทุกปั๊มรายงานตรงกันจากทั่วประเทศว่า คลังน้ำมันส่งน้ำมันให้น้อยกว่าระดับปกติ และน้อยกว่าความต้องการปกติของพี่น้องประชาชน ผมเน้นคำว่าปกติ เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุที่เราก็อยากที่จะขอให้รัฐบาลช่วยเร่งรีบตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก และในสมัยก่อนก็มีการตรวจสอบกันว่าน้ำมันออกจากจุดนี้ ไปถึงจุดนั้น เท่าไหร่ และสุดท้ายไปที่ไหน ส่งให้กับใคร วันนี้ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับสังคมและพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาน้ำมันส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญ รวมถึงต้นทุนการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในต้องควบคุมไม่ให้มีการปรับเพิ่มราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นของประชาชน ที่อาจมีการฉวยโอกาส ซึ่งหากมีกรณีจำเป็นที่ต้องปรับราคาเพราะมีต้นทุนสูงขึ้น รัฐบาลก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที นอกจากปัญหาน้ำมันขาดแคลน แล้ว ยังมีเรื่องปุ๋ยเคมี พลาสติก สินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันปาล์ม เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า จะมีการควบคุมสินค้าที่ประกาศมา 6-7 ชนิด นอกเหนือจากสินค้าที่ได้ประกาศไปนั้น ยังมีทั้งก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยารักษาโรค ซึ่งบางชนิดตอนนี้เริ่มขาดตลาด ทำไมถึงไม่มีนโยบายที่ชัดเจนออกมา ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ พรรคเตรียมตั้งญัตติด่วนเพื่อให้สภาเปิดให้มีการอภิปรายในเรื่องวิกฤตพลังงาน ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน รวมไปถึงประเด็นราคาสินค้า เพื่อจะใช้เวทีสภาให้เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหานี้เพื่อพูดถึงเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน และมีความกังวลมากที่สุด แม้วิกฤตพลังงานจะเป็นวิกฤตโลกก็จริง แต่สภาพความวุ่นวาย ที่เกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่า มันเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ และเป็นปัญหาเรื่องนโยบาย ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความขาดแคลน นี่คือความอึดอัดที่พี่น้องประชาชนทุกคน
“การดี” สอนมวยรัฐทำ 3 ข้อ บริหารโปร่งใส สื่อสารชัดเจน
เมื่อถามว่า การที่คลังส่งน้ำมันให้ปั๊มน้ำมันลดลงครึ่งหนึ่งของช่วงปกติ สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ และเพราะอะไร นายกรณ์ กล่าวว่า สามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก ขณะนี้ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจว่า ทำไม เพราะอะไร ทำไมน้ำมันถึงหมด หรือไม่พอ แต่ว่ารัฐบาลบอกว่าประชาชนว่ามี และก่อนหน้านี้ ประชาชนถูกจำกัดการเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาท สังคมสงสัยว่า น้ำมันอยู่ที่ไหน ยังไม่เห็นคำชี้แจงจากกรมธุรกิจพลังงานและบริษัทใหญ่อย่าง เช่น ปตท. และรัฐบาลว่า น้ำมันอยู่ที่ใด เมื่อถามย้ำว่า กรณีตำรวจกองปราบจับคลังน้ำมันที่จ.อ่างทอง ที่ได้แล้ว โดยรัฐบาลยืนยันว่า น้ำมันเพียงพอ ย้อนแย้งกับทางปั๊มน้ำมันที่แจ้งว่า ได้รับน้ำมันแค่ครึ่งหนึ่งจากปกติ ถือว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาด หรือปกปิดอะไรอยู่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้มีข้อมูลที่ชัดเจน เพราะรัฐบาลสามารถตามน้ำมันทุกหยดได้ ตั้งแต่จากน้ำมันดิบไปสู่โรงกลั่น ออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ ไปที่ไหน รัฐบาลสามารถวัดติดตามได้อยู่แล้ว แต่ทำไมถึงยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ หรือมีคนที่ปกปิดอยู่ รัฐบาลมีอำนาจในการหาข้อเท็จจริง หากรัฐบาลสื่อสารได้ชัดเจนเพื่อคลี่คลายความกังวล ลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นในประเด็นประชาชนกำลังเดือดร้อน
ขณะที่นางการดี กล่าวเสริมว่า ประเด็นหลักคือ ความโปร่งใสของข้อมูล การบริหารจัดการและการสื่อสารที่ถูกต้อง ทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยรัฐบาลคลี่คลายข้อสงสัย เพราะขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลจึงทำให้เกิดความตื่นตระหนก
ฉะรัฐบาล ล้มเหลว ไม่โปร่งใส ไม่มืออาชีพ
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีราคาน้ำมันขายแบ่งเป็น 3 ราคา คือ 1.ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2.ราคาน้ำมันที่ขายผ่านจ๊อบเบอร์ (คนกลาง)ที่ไม่ได้มีการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ และ 3.ราคาน้ำมันเขียวที่ขายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการประมงที่ไม่ได้รับการชดเชย แต่ได้รับการยกเว้นภาษี เมื่อนโยบายของรัฐบาลโดยเจตนาต้องการให้มีน้ำมันขายแบ่งถึง 3 ราคา ใน 3 กลุ่มคนใช้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการบริหารจัดการให้แต่ละกลุ่มผู้ใช้ ต้องซื้อในราคาของแต่ละกลุ่ม ขณะนี้ รัฐบาลเปิดให้มี 3 ราคา แต่หละหลวมมากในการบริหารจัดการควบคุมราคา ไม่ให้มีการซื้อข้ามตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความวุ่นวาย เพราะโดยธรรมชาติทุกคนจะวิ่งไปซื้อสินค้าในตลาดที่ราคาต่ำที่สุด ทุกคนจึงมุ่งมาซื้อที่หน้าปั๊ม เพราะราคาถูกสุด โดยมีกองทุนน้ำมันฯชดเชยส่วนต่างให้ แต่ถ้ากลับสู่ภาวะปกติ ประชาชนผู้ใช้น้ำมันทุกคนต้องเป็นคนแบกรับภาระนี้ จึงควรควบคุมให้ชัดเจนว่า ตลาดของภาคอุตสาหกรรมก็ควรเป็นตลาดต่างหาก ไม่ใช่มาแย่งซื้อในราคาหน้าปั๊ม ที่ได้รับการชดเชยส่วนต่างจากกองทุนน้ำมันฯ ทั้งหมดคือ ความชัดเจนความโปร่งใสและความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ ที่ตอนนี้ขาดทุกอย่าง
เมื่อถามย้ำอีกว่า สรุปแล้วในเรื่องนี้มีไอ้โม่งกักตุนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าไอ้โม่งคืออะไร คือคนที่กักตุนใช่ไหม อย่างที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ถ้าจับได้เมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่ไอ้โม่งแล้ว แต่ก่อนที่จะจับได้ มันก็คือไอ้โม่งอยู่ รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการที่ชัดเจนว่า จะต้องกำกับดูแล ควบคุมอย่างไร เพราะภาคอุตสาหกรรมไปซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม จึงไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่จะต้องมาชดเชยภายหลัง ทั้งหมดคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและนอกจากปัญหาเรื่องน้ำมันขาดแคลนแล้ว ยังมีเรื่องไฟฟ้าตามมาอีกด้วย ซึ่งพรรคจะแถลงในเรื่องนี้เป็นประเด็นต่อไปอย่างแน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรณ์” จ่อยื่นญัตติด่วน ถกวิกฤตพลังงาน 25 มี.ค. ถามน้ำมันหายไปไหน จี้รัฐบาลเร่งสอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “กรณ์” จ่อยื่นญัตติด่วน ถกวิกฤตพลังงาน 25 มี.ค. ถามน้ำมันหายไปไหน จี้รัฐบาลเร่งสอบ
- พลังงานบุรีรัมย์ แจง เติมน้ำมันได้ไม่อั้น ไม่เป็นความจริง ปั๊มในจังหวัด ยังจำกัดการเติม
- พลังงานอ่างทอง แจ้งเอาผิด บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ออกใบขนส่งให้ “คลังน้ำมันอ่างทอง”
- “กรณ์” แฉ คิวเติมน้ำมันในภาคใต้ยังยาว ตั้งคำถาม ทำไมน้ำมันยังไม่ออกจากคลัง
- สว. เผย “มาม่า” จ่อขึ้นราคา แนะประชาชนปลูกผัก-เลี้ยงไก่ เอาตัวรอด
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath