โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมการค้าภายใน เร่งขับเคลื่อนรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เชื่อมโยงตลาด – เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

สวพ.FM91

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 16.46 น.

กรมการค้าภายใน เร่งขับเคลื่อนรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เชื่อมโยงตลาด – เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร

(22 มี.ค.69) นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน เพื่อจัดประชุมชี้แจง สร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์แนวทาง “การเชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และการจำหน่ายวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ปลอดการเผา” เมื่อวันที่ 19–20 มีนาคม 2569 ณ สหกรณ์การเกษตรขุนยวม จำกัด อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม จำกัด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคการเกษตร

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ซึ่งเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมและผลักดันการใช้วัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มมูลค่า ลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมดำเนินการอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ จากการประชุมพบว่า ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศมีปริมาณสูงประมาณ 9.26 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้ข้าวโพดที่มีคุณภาพและผลิตในระบบปลอดการเผามีตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการและโรงงานอาหารสัตว์ยืนยันความพร้อมในการรับซื้อ หากผลผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อาทิ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 14.5 มีความสะอาด และปราศจากเชื้อราเกินเกณฑ์
ในส่วนของการเชื่อมโยงตลาด อย่างในครั้งนี้สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่–ลำพูน จำกัด มีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 700–800 ตันต่อเดือน หรือราว 9,000 ตันต่อปี โดยเน้นการรับซื้อจากเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น อำเภอแม่แจ่ม เวียงป่าเป้า แม่ลาน้อย และวังชิ้น ควบคู่กับการกระจายสินค้าไข่ไก่กลับสู่ชุมชน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่พึ่งพาอาศัยกันอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GAP (ปลอดการเผา) และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กฎระเบียบ EUDR และกฎหมายอากาศสะอาด ที่กำหนดให้สินค้าต้องมาจากแหล่งผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มิฉะนั้นอาจถูกกีดกันทางการค้าหรือเผชิญภาระภาษีคาร์บอน
อีกทั้ง ยังมีการส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกข้าวโพด อาทิ ซัง เปลือก และต้น ไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตทรายแมวออร์แกนิก กระดาษชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น วัสดุเพาะเห็ด อาหารสัตว์อัดก้อน และเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร และลดปัญหาการเผาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการรับซื้อใช้เครื่องวัดความชื้นที่ได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ โดยต้องเป็นเครื่องมือที่ผ่านการรับรองและแสดงผลอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร และสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขาย

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือเกษตรกรตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือรับซื้อ และหากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...