พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้า 59 รายการ รับมือค่าครองชีพพุ่ง ขยาย “ธงฟ้า” ช่วยประชาชน
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยนางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลสินค้าตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 รวมทั้งสิ้น 59 รายการ เพื่อควบคุมไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
สำหรับสินค้าที่อยู่ในการกำกับดูแล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมพร้อมดื่ม นมผงสำหรับเด็ก รวมถึงปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ ซึ่งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะปรับขึ้นราคาต้องยื่นขออนุญาตต่อกระทรวงพาณิชย์ โดยจะพิจารณาจากโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนอนุมัติ
ขณะที่สินค้าอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ สามารถปรับขึ้นราคาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์รับทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในทบทวนรายการสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพิจารณา
ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือประชาชน กระทรวงพาณิชย์เตรียมขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษผ่านโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน ควบคู่กับโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับผู้ผลิตจัดทำสินค้าจำเป็นราคาพิเศษจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกและร้านค้าชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าในราคาที่เหมาะสม
พร้อมกันนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด ให้เป็นไปตามราคาที่แสดงและสอดคล้องกับต้นทุนจริง ป้องกันการปฏิเสธการจำหน่าย รวมถึงติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยประชาชนสามารถร้องเรียนการกระทำไม่เป็นธรรมได้ที่สายด่วน 1569
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 23–25 มีนาคม กระทรวงพาณิชย์จะจัดทีมผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจตลาดและแหล่งการค้าสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น