"อนุทิน" แถลงนโยบาย “10 พลัส” ขณะ ณัฐพงษ์ ซัดรัฐไร้ทิศทาง ชี้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่เห็นประชาชน
"อนุทิน" แถลงนโยบาย “10 พลัส” ดันเศรษฐกิจ-ยกระดับประเทศ รับมือวิกฤตโลก ขณะ ณัฐพงษ์ ซัดรัฐไร้ทิศทาง ชี้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่เห็นประชาชน ด้าน อิสริยะ จวกนโยบายน้ำมันล้าหลังกัมพูชา ส่วน ศิริกัญญา แฉรัฐจ่อกู้ 5 แสนล้าน ส.ว.ขู่เบี้ยวแก้ รธน. เจอดี ขณะที่ อภิสิทธิ์ ชี้นโยบายไร้ความหวัง ซัดบริหารน้ำมันล้มเหลว และ เสรีพิศุทธ์ วิจารณ์ ครม.มี “ลูกเทพ-เด็กฝึกงาน” ด้าน วรงค์ แฉน้ำมันหายหลายร้อยล้านลิตร จี้ตรวจคลังจ่าย-โรงกลั่น
นายกฯ แถลงนโยบาย “10 พลัส” ดันเศรษฐกิจ-ยกระดับไทยรอบด้าน มุ่งรับมือวิกฤตโลก สร้างความเชื่อมั่นประเทศ
วันที่ 9 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อ 9 เม.ย. 2569 ภายใต้กรอบ “10 พลัส” มุ่งผนึกกำลังประเทศรับมือความไม่แน่นอนของโลก โดยยึดหลักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาธิปไตย และนิติธรรม พร้อมเดินหน้าเศรษฐกิจผ่านการสร้างโอกาสเท่าเทียม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ดิจิทัล หนุน SMEs การค้า เกษตรสมัยใหม่ และการท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่ยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลก เสริมความมั่นคง ปราบอาชญากรรม-ยาเสพติด พัฒนาการศึกษา สุขภาพ และสังคมสูงวัย จัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ Net Zero ปี 2050 รวมถึงปฏิรูประบบราชการและกฎหมาย เพิ่มความโปร่งใส โดยใช้โมเดลบริหารแบบ “คลัสเตอร์” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างบูรณาการ พร้อมย้ำเป้าหมายให้ไทยมั่นคง คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และสร้างความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
"เท้ง" ซัดรัฐบาลไร้ทิศทาง มองอำนาจเบ็ดเสร็จ 5 กลุ่มไม่เห็นหัวประชาชน
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายภายหลังฟังแถลงนโยบายรัฐบาล โดยระบุว่ายังไม่เห็นความหวังหรือทิศทางอนาคตของประเทศ มองว่ารัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จและถูกจัดวางผ่าน 5 กลุ่มอำนาจที่แบ่งผลประโยชน์กันลงตัวแต่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ พร้อมวิจารณ์พรรคอันดับ 2 ว่า “ละทิ้งจุดยืนเดิม” ในการเข้าร่วมรัฐบาล ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่พอใจลุกขึ้นประท้วงคำพูดเดิมที่ถูกมองว่าใส่ร้าย ด้าน โสภณ ซารัมย์ วินิจฉัยให้เปลี่ยนถ้อยคำ ส่งผลให้นายณัฐพงษ์ยอมแก้ไข พร้อมย้ำว่าปัญหาหลักของประเทศคือวิกฤตภายในและการเมืองที่ไม่ยึดโยงประชาชน แม้รัฐบาลมีอำนาจเต็มมือแต่ยังไม่แสดงความชัดเจนในการแก้ปัญหาสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
ปชน. จวกนโยบายรัฐไร้มาตรการน้ำมัน ชี้ไทยตามหลังกัมพูชา ถาม “อนุทิน” ไม่อายหรือ
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน. อภิปรายวิจารณ์นโยบายรัฐบาล ระบุให้ความสำคัญต่อการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางน้อยและไร้ความชัดเจน โดยเฉพาะการรับมือวิกฤตน้ำมันที่ยังไม่มีมาตรการเป็นรูปธรรม พร้อมเปรียบเทียบหลายประเทศในเอเชียที่ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง รวมถึง กัมพูชา ที่ลดภาษีน้ำมันและแจกเงินเยียวยาได้รวดเร็ว จึงตั้งคำถามถึง อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าจะไม่รู้สึกอายหรือที่ไทยยังจัดการวิกฤตได้ด้อยกว่า พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างชัดเจนและทันท่วงที
"ศิริกัญญา" แฉรัฐถังแตกจ่อกู้ 5 แสนล้าน ส.ว.ขู่เบี้ยวแก้ รธน. เจอดี ขณะ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ซัดน้ำมันไทยล้าหลังกัมพูชา
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล อภิปรายชี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะ “ข้าวยากหมากแพง” พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลอาจต้องกู้เงินสูงถึง 5 แสนล้านบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจ สะท้อนวิกฤติการคลังและความเสี่ยงขึ้นภาษีในอนาคต ขณะเดียวกัน ส.ว.บางส่วนเตือนรัฐบาลหากไม่เร่งแก้รัฐธรรมนูญตามเสียงประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง อาจกระทบความชอบธรรม ด้าน อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิจารณ์นโยบายเยียวยาประชาชนยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการรับมือวิกฤตน้ำมันที่ไทยล่าช้ากว่าหลายประเทศในเอเชีย รวมถึง กัมพูชา พร้อมตั้งคำถามถึง อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าการบริหารสถานการณ์ดังกล่าวยังขาดประสิทธิภาพและไม่ตอบโจทย์ประชาชน
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายรัฐไร้ความหวัง ชี้บริหารน้ำมันล้มเหลว เตือนละคำปฏิญาณ ประชาชนอาจลั่น “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.อภิปรายวิจารณ์นโยบายรัฐบาล ระบุยังไม่เห็นความหวังหรือทิศทางที่ชัดเจน พร้อมยก 4 เหตุผลที่เชื่อว่าจะไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ นโยบายขาดรูปธรรมและตัวชี้วัด วิธีบริหารที่ผ่านมาไม่ตอบโจทย์ ขาดหัวใจประชาชน และปัญหาคุณธรรมจริยธรรม โดยชี้การบริหารวิกฤตน้ำมันล้มเหลว ผลักภาระให้ประชาชนและมีข้อครหาแสวงหาผลประโยชน์ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตนโยบายหลายด้านทั้งเกษตร สวัสดิการ และความโปร่งใสที่ไม่ชัดเจน พร้อมเตือนรัฐบาลให้ยึดมั่นคำปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ มิฉะนั้นประชาชนอาจหมดความอดทนจนถึงขั้น “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”
"เสรีพิศุทธ์" ซัด ครม.ใหม่มี “ลูกเทพ-เด็กฝึกงาน” จี้นายกฯคุมตำรวจ ชี้นโยบายมั่นคงแค่พื้นฐาน แนะ 6 อุดมการณ์พัฒนาชาติ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายกลางสภาวิพากษ์คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ตั้งคำถามถึงรายชื่อที่พัวพันคดีของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเหน็บว่ามี “ลูกเทพ-เด็กฝึกงาน” มากเกินไป และชี้ว่านโยบายความมั่นคงที่แถลงเป็นเพียงงานพื้นฐาน ไม่ใช่ภารกิจระดับรัฐบาล โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานตำรวจในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงมากขึ้น รวมถึงเสนอ “6 อุดมการณ์ชาติ” เป็นแนวทางพัฒนาคนและประเทศ พร้อมวิจารณ์การบริหารงบประมาณและปัญหาน้ำมัน-น้ำท่วมที่ยังไม่แก้เชิงโครงสร้าง และทิ้งท้ายว่าหากทำได้จริง คำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” จึงจะเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างแท้จริง
"หมอวรงค์" แฉน้ำมันหายหลายร้อยล้านลิตร ซัดรัฐบริหารพลาดหรือโกงชาติ จี้ตรวจคลังจ่าย-โรงกลั่น
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายกลางสภาตั้งข้อสงสัยปัญหาน้ำมันขาดแคลน อาจเกิดจากการบริหารผิดพลาดหรือมีการทุจริตในห่วงโซ่อุปทาน โดยชี้ว่าน้ำมันดีเซลอาจหายไปถึงหลายร้อยล้านลิตรในช่วงกลางมีนาคม พร้อมระบุว่าปัญหาแท้จริงเกิดจากการส่งน้ำมันจากคลังจ่ายลดลง ไม่ใช่ประชาชนกักตุนตามที่รัฐอ้าง และเรียกร้องให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องในระดับคลังจ่ายและโรงกลั่น นอกจากนี้ยังวิจารณ์การขึ้นราคาน้ำมันที่รวดเร็วแต่ลดช้า สร้างภาระประชาชน พร้อมแนะรัฐบาลลดการเอื้อประโยชน์พวกพ้องและใช้นโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าหากรัฐบาลรับฟังข้อเสนออาจอยู่ครบเทอม แต่หากเพิกเฉยอาจเผชิญแรงกดดันจนอยู่ได้ไม่นาน