ดีลลับ? นักลงทุนเทขาย “น้ำมัน” เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ก่อนดีลหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านเพียงไม่กี่ชั่วโมง
คำสั่งขายฟิวเจอร์สน้ำมันก้อนใหญ่เกิดขึ้นก่อนประกาศหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลราคาน้ำมันร่วงกว่า 15% สร้างคำถามถึงจังหวะการลงทุนและความเคลื่อนไหวในตลาดโลก
วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 01.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่เข้าทำธุรกรรมเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง มูลค่ารวมประมาณ 950 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะประกาศข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในวันอังคาร นักลงทุนได้เทขายสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ Brent และ WTI รวมกันกว่า 8,600 สัญญาในช่วงเวลา 19:45 น. GMT ซึ่งถือเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ผิดปกติในตลาด
ต่อมาในเวลาประมาณ 22.30 น. GMT โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันฟิวเจอร์สร่วงลงราว 15% ในช่วงเปิดตลาดวันพุธ ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้การเข้าซื้อหรือขายสัญญาน้ำมันขนาดใหญ่จะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เนื่องจากนักลงทุนใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการค้าจริง แต่โดยทั่วไปแล้วจะหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมเป็นก้อนใหญ่ในครั้งเดียว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อราคา
โดยปกติ นักลงทุนมักกระจายคำสั่งซื้อขายผ่านหลายตลาด และใช้ระบบอัลกอริทึมเพื่อทยอยทำรายการเพื่อลดผลกระทบต่อราคา ขณะที่การทำธุรกรรมขนาดใหญ่หลังเวลาปิดตลาด (settlement) ก็พบได้น้อยเช่นกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในลักษณะคล้ายกับเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่มีแรงขายฟิวเจอร์สน้ำมันมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ในวันอังคาร มีการซื้อขาย Brent futures ราว 6,200 สัญญา และ WTI futures ประมาณ 2,400 สัญญาในช่วงเวลาดังกล่าว คิดเป็นประมาณ 1% ของปริมาณซื้อขายทั้งวัน
ทั้งนี้ปริมาณการซื้อขายและความผันผวนในตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดสงคราม โดยในช่วง 3 ปีก่อนหน้า มีการซื้อขาย Brent futures เฉลี่ยวันละประมาณ 300,000 สัญญา แต่ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 ล้านสัญญาต่อวัน เทียบเท่าน้ำมันกว่า 1 พันล้านบาร์เรล
อ้างอิง : reuters.com