โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาผู้บริโภค จี้รัฐดูแลสินค้า หวั่นขึ้นราคาสินค้าเร็ว กระทบค่าครองชีพประชาชน จับตาสถานการณ์ราคาสินค้า หลังต้นทุน พลังงาน ผันผวน

BTimes

อัพเดต 17 มีนาคม 2569 เวลา 23.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากความตึงเครียดและสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่ง พลังงาน สำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคหวั่น ผู้ประกอบการอ้างผลกระทบต้นทุนปรับราคาสินค้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งกำกับดูแลต้นทุนและโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงติดตามการปรับราคาสินค้า 50 รายการอย่างใกล้ชิดในช่วง 1 – 3 เดือนข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตราคาพลังงานลุกลามเป็นวิกฤตค่าครองชีพของประชาชน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการจะอ้างเรื่องต้นทุนราคาน้ำมัน ขนส่ง มาปรับขึ้นราคาสินค้า ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคคาดว่า หากราคาพลังงานยังคงมีความผันผวน ผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอาจเริ่มเห็นชัดในช่วง 1–3 เดือนข้างหน้า จึงจำเป็นต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงเกินความจำเป็น สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงปรับราคา ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป สินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง และค่าโดยสาร เนื่องจากเกี่ยวข้องกับต้นทุนพลังงานและการขนส่งโดยตรง

นางสาวสารี เสนอว่า ภาครัฐควรเข้ามากำกับดูแลสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า โดยควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่

1.การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใส ปัจจุบัน โครงสร้างราคาน้ำมัน ประกอบด้วยค่าการตลาดประมาณ 1.5 – 2 บาทต่อลิตร รวมถึงค่าการกลั่น ต้นทุนขนส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีภาระติดลบกว่า 132,671 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่อยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมัน และเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค นอกจากนี้ควรเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

2.การตรวจสอบต้นทุนการขนส่งและกำกับดูแลการปรับราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมจากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 50 รายการ

“หากไม่มีกลไกกำกับดูแลที่เพียงพอ วิกฤตราคาพลังงานอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพของประชาชนได้ในเวลาไม่นาน” นางสาวสารี กล่าว

ทั้งนี้ บทเรียนบทเรียนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามรัสเซีย – ยูเครนเมื่อปี 2565 พบว่า การปรับตัวของราคาสินค้า กลุ่มราคาน้ำมันขายปลีกจะปรับขึ้นแทบจะทันทีภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ขณะที่ต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์จะเริ่มส่งผลในช่วงประมาณ 1 – 3 เดือน หลังจากนั้นอีก 3 – 6 เดือน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจึงทยอยปรับเพิ่มตาม

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าในตลาดมักปรับขึ้นได้รวดเร็ว แต่ปรับลดลงช้า แม้ว่าต้นทุนพลังงานจะลดลงแล้วก็ตาม โดยต้นทุนพลังงานโดยเฉลี่ยมีผลต่อราคาสินค้าอยู่ที่ประมาณ 5 – 15% แต่ในบางกลุ่ม เช่น ธุรกิจขนส่ง อาหารแช่เย็น หรือวัสดุก่อสร้าง อาจมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 20 – 30% ขณะที่ในปี 2565 พบว่าการปรับขึ้นของราคาสินค้าหลายรายการสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

“สิ่งที่ผู้บริโภคกังวลไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่คือการที่ราคาสินค้าปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ต้นทุนควรจะเป็น และมักปรับลดลงช้ากว่าความเป็นจริง” นางสาวสารี กล่าว

สำหรับผู้บริโภค สภาผู้บริโภคแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร เปรียบเทียบราคาสินค้า และเลือกซื้อสินค้าที่มีความเหมาะสมกับราคา รวมถึงใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมทั้งร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบการปรับราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนไปที่กรมการค้าภายใน โทร 1569 (จันทร์ - ศุกร์ 08.30 - 16.30 น.) หรือติดต่อผ่านไลน์ออฟิเชียล @MR.dit

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...