เปิดปมสุดช็อก! อดีตตำรวจใหญ่ ตัดสินใจครั้งสำคัญ หลังลูกชายอาละวาดพยายามทำร้ายคนในครอบครัว
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (2 พ.ค.) โดย พ.ต.ต.อภิรักษ์ คงไทย สารวัตรเวร สภ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมภายในบ้านพัก พื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านตะกรุดภิบาล ต.วังน้ำลัด อ.ไพศาลี ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
เจ้าหน้าที่จึงเร่งรายงานผู้บังคับบัญชา และรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์ แพทย์เวรโรงพยาบาลไพศาลี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยร่มไทรนครสวรรค์
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต คือ นายณัฐพล อายุ 38 ปี มีร่องรอยถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืนหลายแห่ง โดยที่มือขวาของผู้เสียชีวิตยังคงกำมีดสั้นไว้ นอกจากนี้ ภายในห้องยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่หลายปลอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับผู้ก่อเหตุ คือ ร.ต.อ. อดีตข้าราชการตำรวจวัย 64 ปี (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ซึ่งได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุกับลูกชายของตนเองจนเสียชีวิต โดยได้มอบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นปืนคู่กายสมัยที่ยังรับราชการตำรวจ ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ
พยานแวดล้อมให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นพ่อตาของ ร.ต.อ. ได้รีบวิ่งออกมาในสภาพร้องไห้ พร้อมกับแจ้งว่าหลานชายถูก ร.ต.อ. ทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว
พ.ต.ต.อภิรักษ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุเป็นผู้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบและจับกุมเอง โดยมิได้หลบหนีไปไหน สำหรับชนวนเหตุในครั้งนี้ เกิดจากลูกชายของผู้ก่อเหตุมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด และเคยถูกจับกุมหลายครั้ง
ในวันเกิดเหตุ นายณัฐพล ได้มาขอเงินจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง โดยนายณัฐพลพยายามใช้มีดสั้นที่พกมาทำร้ายแม่และคนในบ้าน รวมถึงยังพยายามจะไปหยิบอาวุธปืนของพ่อด้วย ทำให้ ร.ต.อ. เห็นท่าไม่ดี และเหลืออดกับการกระทำของลูกชาย จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนระงับเหตุ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้การกับตำรวจว่า “หากตนไม่ดำเนินการ ลูกชายอาจทำอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากพยายามจะหยิบอาวุธปืน”
หลังเกิดเหตุ เพื่อนบ้านต่างให้การสอดคล้องกันว่า ร.ต.อ. เคยเป็นตำรวจประจำอยู่ สภ.ไพศาลี และเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้ประมาณ 2 ปี ปกติเป็นคนใจเย็นมาก แต่ในครั้งนี้คงเหลืออดจริงๆ แม้จะอยู่กันคนละบ้านกับลูกชาย แต่ทุกครั้งที่ลูกชายมาหา มักจะมาขอเงินพ่อแม่ และเมื่อไม่ได้ก็จะก่อเหตุคลุ้มคลั่งอาละวาดเป็นประจำ จนกระทั่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีความรุนแรงมาก ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องตัดสินใจกระทำการอันเป็นเหตุให้ลูกชายเสียชีวิต ก่อนที่คนในครอบครัวจะได้รับอันตราย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว ร.ต.อ. มาสอบสวนถึงชนวนเหตุอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ และได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายไว้ก่อน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้เป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยใช้สมัยยังเป็นตำรวจ และก่อเหตุภายในบ้านของตนเอง จึงยังไม่มีความผิดในเรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยทั้งหมดนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.
อ่านข่าวเพิ่มเติม