โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัดฉีด 2 แสนล้านเยียวยาวิกฤต ปรับเกณฑ์คนละครึ่งแจกอายุ 18 ขึ้นไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

จับตา ครม.ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 5 พ.ค.หลังเงินงบฯ ปี’69 เหลือโอนไม่ถึง 2 หมื่นล้าน นายกฯ ยันพิจารณาเหตุผลความจำเป็นแล้ว วงในเผยคลังเตรียมปรับแผนบริหารหนี้ใหม่ ทยอยกู้ ป้องกันหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% “เอกนิติ” วางกรอบอัดฉีด 2 แสนล้าน เยียวยาผลกระทบเศรษฐกิจ ทั้ง “ไทยช่วยไทย พลัส” รวมถึงมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ชง ครม.เศรษฐกิจ 11 พ.ค. พร้อมปรับเกณฑ์แจกอายุ 18 ปีขึ้นไป แจงไม่ให้ตั้งแต่ 16 ปี เหตุมุ่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ

ครม.ถก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พ.ค.นี้จะเร่งนำพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเข้าพิจารณา ส่วนกรอบวงเงินจะเป็น 4 แสนล้านบาทหรือไม่นั้นขอให้ผ่าน ครม.ก่อนโดยเมื่อวันที่ 30 เม.ย.มีประชุมเรื่องนี้ และที่ผ่านมามีการประชุมกันหลายรอบแล้ว โดยคิดถึงเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้

ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจนัดแรก เนื่องจากวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.เป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า

“ไม่ได้มีอะไรตายตัวว่าจะต้องประชุม ครม.เศรษฐกิจทันที เราเพิ่งตั้งองค์ประกอบเสร็จ เดี๋ยวนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะไปตั้งระเบียบวาระ ที่เป็นวาระประจำ และวาระอะไรที่จะต้องนำเข้าจริง ๆ เรียก ครม.เศรษฐกิจไม่ได้ เพราะคนที่เป็นกรรมการมีภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย อะไรต่าง ๆ ด้วย” นายอนุทิน กล่าว

แพ็กเกจช่วยกลุ่มเปราะบาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการไทยช่วยไทยพลัสซึ่งมีโครงการคนละครึ่งพลัสและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ จะยังไม่นำเสนอ ครม.ในวันที่5 พ.ค.นี้ เนื่องจากต้องประชุม ครม.เศรษฐกิจก่อน ซึ่งเดิมคาดว่าจะประชุมกันในวันที่ 4 พ.ค. แต่เป็นวันหยุดราชการ จึงอยู่ระหว่างรอนายกรัฐมนตรีกำหนดวันประชุมก่อน

“การประชุม ครม.ในวันที่ 5 พ.ค. คลังจะเสนอให้ ครม.มีมติเห็นชอบใน 2 เรื่อง คือ พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 2569 และการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนมาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่มีโครงการคนละครึ่งพลัสรวมอยู่ด้วยนั้น จะเสนอให้ ครม.เศรษฐกิจและ ครม.ชุดใหญ่เห็นชอบในสัปดาห์ต่อไป”

สำหรับวงเงิน พ.ร.บ.โอนงบฯ อยู่ระหว่างการยืนยันตัวเลขที่แท้จริง หากเงินมีไม่เพียงพอจะใช้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งกรอบวงเงินกู้จะเป็น 4 แสนล้านบาท หรือ 5 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม

ทยอยกู้-ป้องกันหนี้ทะลุ 70%

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลัง ครม.เห็นชอบการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายเอกนิติจะประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 7 พ.ค. เพื่อเห็นชอบการปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะต้องใส่วงเงินที่คาดว่าจะใช้ภายในปีงบประมาณนี้ (ก.ย. 2569) เข้าไปในแผน โดยจะไม่ใส่วงเงินทีเดียว 4 แสนล้านบาท เพื่อคุมไม่ให้หนี้สาธารณะเกินเพดาน 70% ของ GDP

อัดฉีด 2 แสนล้านเยียวยา ศก.

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า การที่ออก พ.ร.ก.กู้เงินแค่ 4 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลคิดว่าจะกู้มาเท่าที่จะใช้จ่าย โดยเน้นนำมาใช้ในเรื่องการเยียวยาเป็นหลัก อาทิ คนละครึ่ง
ที่รัฐจะจ่ายเพิ่มเป็น 60% ประชาชนจ่าย 40%, การช่วยเหลือดอกเบี้ยคนละครึ่ง ที่แก้ปัญหาปุ๋ยขาด ปุ๋ยแพง เป็นต้น ซึ่งเงินทั้งหมดจะต้องถึงชาวบ้าน

“ตอนนี้สิ้นสุดช่วงเวลาส่วนราชการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณปี 2569 ที่จะออก พ.ร.บ.โอนเงินมาเป็นงบฯ กลางน่าจะได้เงินไม่ถึง 20,000 ล้านบาท ส่วนงบฯ กลางเหลืออยู่ราว 20,000 ล้านบาท ขณะที่ผลกระทบจากราคาพลังงานยังลากยาว จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเตรียมกระสุนไว้รับมือผลกระทบที่ยังยืดเยื้อ”

สำหรับวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ที่จะใช้ดูแลเศรษฐกิจจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง วางกรอบโดยแบ่งเป็นวงเงิน 2 แสนล้านในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและอีก 200,000 ล้านบาทสำหรับโครงการที่เป็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

“การใช้เงินช่วงแรกจะเน้นเรื่องเยียวยา อย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะแจกคนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนช่วง มิ.ย.-ก.ย.”

คนละครึ่งแจกอายุ 18 ปีขึ้นไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการอนุมัติโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิจารณาในวันที่ 11 พ.ค. แล้วจึงเสนอ ครม.เห็นชอบวันที่ 12 พ.ค.

โดยรายละเอียดการจ่ายช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัสคนละ 1,000 บาท ระยะเวลา 4 เดือน หลังผ่าน ครม.แล้วจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเดือน พ.ค.นี้ และคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป

“ส่วนคนละครึ่ง พลัส นอกจากปรับเงื่อนไขที่รัฐจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% ยังจะมีการปรับเงื่อนไขคุณสมบัติ โดยให้สิทธิแก่ผู้อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จากเดิมให้ตั้งแต่อายุ 16 ปีบริบูรณ์เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการทำโครงการเดิมมุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาประชาชนจากผลกระทบวิกฤตพลังงาน รัฐบาลจึงมุ่งเป้าไปเริ่มที่ประชาชนวัยทำงานตามกฎหมายเป็นสำคัญ”

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทย พลัส คาดว่าจะครอบคลุมประชาชน ทั้งในส่วนรับสิทธิคนละครึ่ง พลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมกันกว่า 40 ล้านคน โดยเป็นกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐราว 13.4 ล้านคนและคนละครึ่ง พลัสอีกเกือบ 30 ล้านคนอย่างไรก็ดีเรื่องจำนวนสิทธิต้องรอทางกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียดชัดเจนอีกที

กนง.ปรับลดจีดีพี

ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า กนง.คาดว่าเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัว 1.5% ถือว่าชะลอตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และในปี 2570 เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.0% จากคาดการณ์เดิม 2.3%สำหรับมาตรการดูแลเศรษฐกิจของภาครัฐ

เบื้องต้นคาดการณ์จากเม็ดเงิน 3 แสนล้านบาท คาดจะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ราว 0.5-0.7%

“เรามองเม็ดเงินมาตรการขั้นต่ำ 3 แสนล้านบาท เพราะยังไม่รู้ว่าเม็ดเงินจริงจะออกมาเท่าไหร่ แต่ความเสี่ยงระยะข้างหน้ายังมีอยู่ จึงอาจจะทยอยออกเพื่อรักษา Fiscal Space (พื้นที่การคลัง) เพราะตัวเลขที่ออกมาตามข่าว4-5 แสนล้านบาท มีโอกาสชนเพดานหนี้สาธารณะ ดังนั้น จึงเร็วเกินไปที่จะประเมิน”

แพ็กเกจเยียวยาเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเงิน 2 แสนล้านบาทที่นายเอกนิติจะใช้ในการเยียวยาผลกระทบ นอกจากในส่วนของโครงการไทยช่วยไทย พลัสยังครอบคลุมอื่น ๆ ที่ ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว

ได้แก่ การดูแลกลุ่มเปราะบาง ด้วยการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน/คน เป็น 400 บาท/เดือน/คนในเดือน พ.ค.

และในช่วงต่อไปจะดำเนินการผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส เติมเงินเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.), กลุ่มขนส่ง ทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร

รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ครม. อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือไปแล้วกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริการขนส่งสาธารณะ,

การช่วยเหลือภาคเกษตรกร แก้ปัญหาปุ๋ยขาด ปุ๋ยแพงครม.อนุมัติโครงการสินเชื่อคนละครึ่งไปแล้ว ดำเนินการผ่าน ธ.ก.ส.โดยเตรียมวงเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดซื้อปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่จำเป็น

มาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประมง โดยส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 แทนน้ำมันเดิม ที่ราคาถูกกว่าดีเซลทั่วไป ช่วยลดต้นทุนการออกเรือ

ชดเชยค่า K ก่อสร้างให้กับกลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไขหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

และ มาตรการช่วยเหลือ SMEs ผ่านการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารออมสิน วงเงิน 100,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัดฉีด 2 แสนล้านเยียวยาวิกฤต ปรับเกณฑ์คนละครึ่งแจกอายุ 18 ขึ้นไป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...