โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

องค์กรอิสระปลดล็อกภูมิใจไทยพ้นบ่วงคดี-พรรคประชาชนระส่ำมรสุมจริยธรรม

PostToday

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 01.51 น.

รายงานพิเศษ: ยุทธศาสตร์ “ปลดชนวน” กฎหมาย เอื้อรัฐบาล-บีบฝ่ายค้าน

การปลดล็อกครั้งสำคัญของพรรคแกนนำรัฐบาล

ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่สำคัญ องค์กรอิสระได้มีคำวินิจฉัยที่ส่งผลบวกต่อเสถียรภาพของพรรคภูมิใจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณา"คดีฮั้วสว." ซึ่งต่อมามีมติยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย โดยในจำนวนนี้มีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายรวมอยู่ถึง 91 คน

มติดังกล่าวเปรียบเสมือนการเปิดทางสะดวกให้แก่ว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 12 ท่านของพรรค ให้สามารถเดินหน้าดำรงตำแหน่งได้อย่างสง่างามโดยไม่มี "ชนักติดหลัง" เรื่องคุณสมบัติ แหล่งข่าวระบุว่า“การตัดสินนี้ช่วยให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปได้โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังกับข้อกฎหมายที่เคยถูกตั้งคำถาม” ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยกุมความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางบริบทการเมืองที่เข้มข้น

บรรทัดฐานใหม่กรณีรุกขจัดข้อสงสัยทางทรัพย์สิน

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาคือกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน โดยยอมรับคำอธิบายที่ว่าเจ้าตัวไม่ทราบว่ายังคงไว้ซึ่งหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แม้ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญจะเคยมีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามยังคงมีส่วนได้เสียในหุ้นดังกล่าวจริงก็ตาม

ผลจากการยกคำร้องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยคลายล็อกส่วนตัวของแกนนำพรรค แต่ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่พรรคภูมิใจไทยจะถูกร้อง"ยุบพรรค" จากประเด็นการรับเงินบริจาคจาก หจก. ดังกล่าวอีกด้วย ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายมองว่า “เป็นการใช้ดุลยพินิจที่พิจารณาจากเจตนาเป็นสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของโครงสร้างพรรคในระยะยาว” ถือเป็นการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่เคยเป็นจุดอ่อนสำคัญของพรรค

มรสุมจริยธรรมและวิบากกรรมพรรคคู่แข่ง

ในขณะที่ฝั่งรัฐบาลได้รับการปลดล็อก พรรคประชาชน (พรรคสีส้ม) กลับต้องเผชิญกับ "นิติสงคราม" อย่างหนักจากการถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีเสนอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยยึดตามคำวินิจฉัยเดิมของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ สส. 44 ราย รวมถึงหัวหน้าพรรค ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หากเรื่องเข้าสู่ชั้นศาลฎีกา

สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นการบั่นทอนความเข้มแข็งของฝ่ายค้านโดยตรง เนื่องจากอาจทำให้ขาด "ตัวตึง" ในการทำหน้าที่ตรวจสอบในสภา ขณะที่พรรคกล้าธรรมเองก็เผชิญความยากลำบากจากการต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านซึ่งขัดกับสไตล์การทำงานเดิม สื่อมวลชนและนักวิชาการตั้งสังเกตว่า“นี่คือความลักลั่นของกระบวนการตรวจสอบที่ด้านหนึ่งคือการเคลียร์ทาง แต่อีกด้านกลับเป็นการสร้างทางตันให้คู่แข่ง” สะท้อนภาพการใช้กลไกกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเด่นชัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...