วิกฤติน้ำมันสงขลา! ปั๊มจำกัดโควตา ขายไม่พอวัน ต้องปิดบริการ ประชาชน-ภาคธุรกิจเดือดร้อนหนัก
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา หลังเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในหลายพื้นที่ โดยปั๊มน้ำมันจำนวนมากมีน้ำมันจำหน่ายไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้หลายแห่งต้องเปิดขายเพียงครึ่งวันก่อนจะประกาศปิดบริการ เนื่องจากน้ำมันหมด
จากการสอบถามผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันหลายราย ทั้งในเครือบางจาก ปตท. และพีที ต่างให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทแม่ได้กำหนดโควตาการจัดสรรน้ำมันให้ปั๊มลดลงอย่างมาก จากเดิมที่ปั๊มหนึ่งเคยได้รับน้ำมันวันละประมาณ 16,000 ลิตร หรือเท่ากับรถบรรทุกขนาด 10 ล้อ 1 คัน ปัจจุบันคลังน้ำมันซึ่งเป็นคลังร่วมในพื้นที่ สามารถจ่ายน้ำมันให้ได้เพียงประมาณ 9,000 ลิตรต่อวัน รวมทั้งน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 จึงทำให้ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย
ผู้ประกอบการหลายรายระบุว่า เมื่อน้ำมันหมดก็จำเป็นต้องปิดปั๊มทันที ทั้งที่ยังมีลูกค้าจำนวนมากรอเติม บางวันต้องเปิดขายล่าช้าถึงช่วงเที่ยงวัน เนื่องจากต้องรอรถบรรทุกน้ำมันจากคลังร่วมในพื้นที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มาส่งน้ำมัน ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบตามปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ยังพบว่ามีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากที่วิ่งขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดสงขลากับประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ มาจอดรอเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริษัทต้นสังกัดไม่มีน้ำมันสำรองใช้ ขณะที่ปั๊มน้ำมันรายใหญ่ส่วนใหญ่ไม่เปิดขายในระบบบัญชีค้าส่ง โดยให้เหตุผลว่าต้องสำรองน้ำมันไว้สำหรับประชาชนทั่วไปที่เข้ามาเติมในปั๊มก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทค้าน้ำมันต่างชาติบางแห่ง เช่น เชลล์ และคาลเท็กซ์ ยังมีการเปิดขายในระบบบัญชีค้าส่งเป็นบางวัน แต่ในราคาที่สูงกว่าปกติ โดยในวันนี้ เชลล์เปิดขายเพียงบริษัทเดียว โดยจำหน่ายน้ำมันดีเซล B7 ในราคาลิตรละ 37.90 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.90 บาท แต่เปิดขายเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนจะปิดการขาย ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากแม้จะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อน้ำมันได้ทัน
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพ ขณะที่ปั๊มน้ำมันอิสระในพื้นที่หมู่บ้านและถนนสายรองจำนวนมากได้ปิดกิจการไปตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เกิดความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากคลังน้ำมันหยุดจำหน่ายน้ำมันในระบบค้าส่ง
ส่วนปัญหาการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในพื้นที่ชายแดน ก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้มากนัก เนื่องจากต้นทุนน้ำมันในมาเลเซียปรับตัวสูงขึ้น โดยมีราคาซื้อขายในแหล่งน้ำมันเถื่อนอยู่ที่ลิตรละประมาณ 31 บาท และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายตามเส้นทางลักลอบนำเข้าแล้ว ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณลิตรละ 35 บาท ยังไม่รวมกำไร ซึ่งหากบวกกำไรแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณลิตรละ 38–39 บาท
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียลดลง ส่งผลให้สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในจังหวัดสงขลายิ่งทวีความรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.