โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

OR พาไปดูนวัตกรรม EV จีน ต่อยอดสถานีชาร์จตอบโจทย์คนไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 04.49 น.

อุตสาหกรรมพลังงานของจีนมีการเติบโตและเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะด้านการบริโภค รวมไปถึงการลงทุน และยังจะก้าวเข้าสู่การใช้พลังงานสีเขียวให้มากขึ้น ไม่ว่าพลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และนิวเคลียร์ ขณะที่พลังงานดั้งเดิมอย่างเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเป็นพลังงานหลักที่เป็นความมั่นคงอยู่

แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีเรื่องของการนำระบบ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านพลังงานเข้ามาใช้อีกมากมาย อาทิ Green Energy, EV, Smart Mobility และ High-Quality Development เป็นสิ่งที่สร้างการเรียนรู้ให้กับภาครัฐและเอกชนไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งจีนกำลังจะออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีนฉบับที่ 15 ซึ่งเป็นแผนที่น่าสนใจและให้ความสำคัญกับการเดินหน้าด้านพลังงานเพื่อที่จะแข่งขันกับประเทศตะวันตก

เมื่อวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนศึกษาดูงานด้านพลังงานที่ประเทศจีน ถึงความก้าวหน้าและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ โดยนวัตกรรมระดับระบบ (System Innovation) ที่ไทยสามารถเรียนรู้ได้ และการดูงานครั้งนี้ไม่ใช่ปลายน้ำ แต่คือการดูต้นน้ำของเทคโนโลยี ซึ่งแม้ OR ไม่ได้มีความร่วมมือ แต่สามารถนำผลศึกษานี้มาเรียนรู้และปรับใช้ได้ โดยในปี 2569 OR ยังมีแนวทางที่จะปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากขึ้น

นวัตกรรมระบบชาร์จรถ EV ในจีน

OR ได้นำคณะเข้าศึกษาดูงาน Guangzhou Baiyun Power Group ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนชั้นนำและโดนเด่นด้านอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า (Electrical Equipment Solutions) ในภูมิภาค ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งธุรกิจหลักของบริษัท อาทิ การรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบไฟฟ้า การลงทุน เช่น กักเก็บพลังงาน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า และดำเนินโครงการพลังงานใหม่ บริการพลังงานแบบครบวงจร และยังสนับสนุนระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง-แรงดันสูงของจีนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า

ทั้งนี้ นวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาและนำมาใช้ V2G (Vehicle-to-Grid) คือระบบการชาร์จแบบ 2 ทิศทาง ระหว่างรถไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า กล่าวคือเป็นเทคโนโลยีที่ให้รถไฟฟ้า (EV) สามารถ “ชาร์จเข้าแบตเตอรี่” และในขณะเดียวกัน ยังสามารถส่งพลังงาน (ไฟฟ้า) จากแบตเตอรี่ของรถกลับไปที่โครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ได้ ซึ่งช่วยสมดุลพลังงานในระบบไฟฟ้า อาทิ ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟสูง (Peak) รถ EV ที่จอดและชาร์จอยู่สามารถดึงพลังงานกลับไปช่วยกริดได้

ปัจจุบัน V2G ยังมีข้อจำกัดเชิงเทคนิคและโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน เช่น ต้องเป็นรถที่รองรับมาตรฐาน Bidirectional Charging ซึ่งมีแค่เฉพาะรุ่นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวนั้นสามารถสร้างรายได้ในการขายไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าไฟแพง และรายได้ที่ได้ยังช่วยอุดหนุนค่าชาร์จและค่าบำรุงรักษาให้กับเจ้าของรถด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Smart Energy Solutions แบบครบวงจร คือระบบจัดการพลังงานแบบบูรณาการที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ในการผลิต จัดการ และใช้พลังงาน ซึ่งบริษัทได้มีการผลิตอุปกรณ์ด้านพลังงาน เช่น ลูกแก้วฉนวนไฟฟ้ารุ่นใหม่ (Glass Insulators) ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ไม่นำไฟ ลดการสูญเสียพลังงานบนสายส่ง ลดโอกาสเกิดไฟลัดวงจรบนเสาส่งไฟฟ้า อายุใช้งานยาวกว่า ไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย

รวมทั้งวัสดุและกาวทนไฟมาตรฐานสูง (Fire-Resistant Components) โดยใช้ในหม้อแปลงและจุดเชื่อมต่อสายไฟ มีชั้นฉนวนกันความร้อนเฉพาะทาง ลดความเสี่ยงความร้อนสะสม ซึ่งทำให้เห็นว่าความก้าวหน้าด้านพลังงานของจีนมีการเติบโตเพื่อรองรับการใช้งาน โดยเฉพาะรถยนต์ EV ซึ่งจีนมีการใช้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อีกทั้งจีนมีเป้าหมายเรื่อง Net Zero จึงทำให้จีนมุ่งพลังงานสะอาดมากขึ้น

โชว์นวัตกรรมโซลาร์ลอยน้ำ

นอกจากนี้ ยังเข้าไปดูงานของบริษัท Huaneng Power International, Inc. (HPI) ซึ่งเป็นบริษัทหลักในเครือของ China Huaneng Group Co., Ltd. (CHNG) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของรัฐ (Five Major Power Generation Groups) ของจีน และเป็นบริษัทที่ผลิตพลังงานสีเขียวหลากหลายรูปแบบ และยังเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ที่มีสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงถึง 49%

แต่สิ่งที่น่าสนใจนั้น บริษัท Huaneng Power International ได้ดำเนินการผลิตไฟฟ้า Floating Solar Farm ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง พื้นที่ 500 ไร่ และยังอยู่ระหว่างการขยายเพิ่มเติม โดยใช้แผงโซลาร์ติดตั้งบนผิวน้ำขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับระบบฟาร์มประมง ช่วยลดอุณหภูมิน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ลดการระเหยของน้ำ ชาวบ้านสามารถเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งภายใต้แผงโซลาร์ได้ สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน เจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งที่น่าสนใจ หากหน่วยงานด้านพลังงานของไทยจะดำเนินการเพื่อใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด และยังครอบคลุมการจ่ายไฟฟ้ากว่า 1 แสนครัวเรือน

OR พาดูงาน Guangzhou Baiyun Power Group

ไทยยังไม่พร้อมรับ Super Charger

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวถึงมุมมองธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าจีนมีการติดตั้ง Super Charger หลายยี่ห้อมากที่ชาร์จไฟได้เร็ว และมีระบบไฟฟ้าที่รองรับการชาร์จไฟฟ้าที่รวดเร็ว เช่น การชาร์จ 800 kW ต่อคัน ใช้ระยะเวลาชาร์จสั้น หากชาร์จพร้อมกัน 5 คันเท่ากับการใช้ไฟสูงถึง 4 เมกะวัตต์ ซึ่งจีนทำได้

แต่สำหรับประเทศไทย โครงสร้างระบบไฟฟ้ายังไม่เหมาะสมกับการติดตั้ง Super Charger และจำนวนรถที่รองรับได้น้อย ดังนั้น OR มองว่ากำลังไฟ 120-180 kW ใช้เวลาชาร์จประมาณ 30 นาที เป็นจุดที่สมดุลที่สุดสำหรับรถ EV ส่วนใหญ่และระบบไฟฟ้าของประเทศในปัจจุบัน

ในมุมมอง OR เห็นว่า EV ไม่ได้มาแทนธุรกิจน้ำมัน แต่เป็นการต่อยอด เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกพลังงานสะอาดและใช้เวลาอยู่ในสถานีบริการมากขึ้น ซึ่ง OR จะปรับปรุงสถานีบริการให้ตอบรับกับระยะเวลาการชาร์จรถ EV เพื่อให้ลูกค้าใช้เวลาภายในสถานีบริการเพิ่มมากขึ้น ดังนี้ 1.Time Spent Expansion เพิ่มเวลาใช้บริการในสถานีบริการจาก 5 นาที เพิ่มเป็น 45นาที ผ่านการพัฒนาพื้นที่ทั้ง PTT Station และ OR SPACE รวมถึงบริการเสริมต่าง ๆ ในสถานีบริการ

2.Energy Transition to EV Charging เนื่องจาก EV Charging เป็นฟังก์ชั่นหลักที่ดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการนานขึ้น ดังนั้น ต้องการเชื่อมต่อสู่การขยาย Ecosystem ที่สมบูรณ์ภายในสถานี และ 3.Diverse F&B Ecosystem ขยายแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ทั้ง OR และพันธมิตร ครอบคลุม Cafe Amazon, เขียง, Pacamara, QSR (Quick Service Restaurant) และแบรนด์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า

4.Lifestyle & Daily Services เพิ่มบริการด้านสุขภาพ และไลฟ์สไตล์ เช่น คลินิกโอบอ้อม, found & found, Otteri รองรับการใช้บริการในชีวิตประจำวัน 5.Traffic Enhancement to OR Ecosystem โดย OR SPACE ปรับโฉม Ecosystem ของ OR แบบใหม่ในอนาคต เพื่อรองรับ Energy Transition เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ที่เชื่อมต่อกันภายในสถานี

ปัจจุบันบริษัทมีสถานีชาร์จ EV Station PluZ กระจายทั่วประเทศ ในปีนี้ OR มีเป้าหมายที่จะมีจุดชาร์จ EV เพิ่มเป็น 2,635 จุดชาร์จ และเพิ่มเป็น 7,000 จุดชาร์จ ในปี 2573 เพื่อให้ผู้ใช้รถ EV ในไทยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จ ไม่ต้องซื้อรถสองคัน (EV และ ICE) ทำให้ทุกการเดินทางของคนไทยสะดวก ต่อเนื่อง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างก็เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ Net Zero ภายในปี 2050 โดยหนึ่งในแนวทางขับเคลื่อนสำคัญคือ กำหนดเป้าหมายให้ 30% ของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศเป็นรถไฟฟ้าภายในปี 2030 การจะเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศผ่านโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครบวงจรได้ การมีโครงข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอกับปริมาณรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นจึงมีส่วนสำคัญ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : OR พาไปดูนวัตกรรม EV จีน ต่อยอดสถานีชาร์จตอบโจทย์คนไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...