‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ลดการระบายน้ำ จาก 2,900 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,879 ลบ.ม./วินาที
‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ลดการระบายน้ำ จาก 2,900 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,879 ลบ.ม./วินาที คาดปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง เผย ท้ายเขื่อน อ.สรรพยา เดือดร้อนหนัก
วันที่ 15 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ยังคงมีปริมาณน้ำสูงและส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในวงกว้าง แม้ว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะเริ่มปรับลดอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนแล้วก็ตาม
กรมชลประทาน ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิม 2,900 ลบ.ม./วินาที ลงมาเป็น 2,879 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มทรงตัวและลดลงเล็กน้อยในระยะนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำ
ตัวเลขสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 15 พ.ย.2568 : C.2 นครสวรรค์ : ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,971 ลบ.ม./วินาที C.13 เขื่อนเจ้าพระยา : ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.43 ม.รทก. ท้ายเขื่อน +16.63 ม.รทก. อัตราระบายน้ำ 2,879 ลบ.ม./วินาที
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงนี้ กรมชลประทานจะทำการหน่วงน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทดยกระดับตามความจำเป็นไม่เกิน +17.70 ม.รทก. และรับน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่งรวมประมาณ 640 ลบ.ม./วินาที เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำ
ขณะที่ พื้นที่ประสบอุทกภัยยังคงได้รับความเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะที่ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชาวบ้านจำนวนมากยังคงต้องอพยพมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนนสายคันคลองมหาราช เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ยังมีปริมาณสูง และต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะพายเข้าออกบ้าน