โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เยือนคอนโด ‘ป๊ง-บุ๊ก’ พื้นที่ฮีลใจสไตล์ Mid-Century ‘กระจก’ สะท้อนตัวตนผ่านการจัดบ้านที่ช่วยจัดใจ

ONCE

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในขณะที่ใครๆ โหยหาการแพ็กกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อชาร์จแบตฯ ให้ชีวิต แต่สำหรับ บุ๊ก-อภิชัย คำแก้ว อดีตนิติกรที่ผันตัวมาเป็น CEO ทำธุรกิจเอง ส่วนภรรยา ป๊ง-นันท์มนัส กองแก้ว เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้ ก่อนแยกตัวออกมาเป็น Home Stylist เต็มตัวในช่วงหลัง ‘บ้าน’ กลับเป็นหมุดหมายเดียวที่ทั้งคู่อยากทิ้งตัวลงพักพิงมากที่สุด

พวกเขาคือภาพสะท้อนของคนทำงานที่เคยวิ่งตามโลกทุนนิยมจน ‘ลืมหายใจ’ แม้จะประสบความสำเร็จที่เคยไปอยู่จุดพีกของรายได้ แต่ต้องแลกมาด้วยร่างกายที่พังทลายกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเปราะบาง เกือบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันที่มาอยู่ด้วยกัน กระทั่งจุดเปลี่ยนเล็กๆ อย่างการ ‘แต่งบ้าน’ เข้ามาทำให้ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น

บำบัด ‘ฮิคิโคโมริ’ ด้วยการจัดห้อง

ก่อนที่บ้านจะกลายเป็นเซฟโซนแสนอบอุ่นอย่างทุกวันนี้ ป๊งเปิดใจเล่าถึงอดีตที่เคยเผชิญกับโรค ‘ฮิคิโคโมริ’ (Hikikomori) หรืออาการแยกตัวจากสังคมในช่วงวัยรุ่น

“ตอนอายุ 16-17 แยกออกมาอยู่หอพัก รู้สึกข้างในตัวตนว่างเปล่ามาก เราแค่แต่งตัวสวยออกไปข้างนอก พอกลับมาห้องก็แค่นอน ห้องจะรก จะเหม็น จะเละเทะยังไงก็ช่าง เพราะไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว” ป๊งเล่าย้อนความหลังถึงช่วงที่เธออยู่ในภาวะนั้นนานถึง 4-5 ปี

จนกระทั่งบุ๊กเข้ามาในชีวิต จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอหันมาสนใจสภาพความเป็นอยู่ “ถ้าวันนึงบุ๊กมาที่ห้องแล้วเห็นสภาพนี้ เขาจะรู้สึกยังไง ไม่อยากให้เขาเห็นเราสภาพนี้ อยากเป็นคนที่ดีขึ้น” การหันกลับมาดูแลห้องจึงเป็นจุดเริ่มของการกอบกู้ตัวเองจากภาวะนั้น

“สำหรับป๊ง การจัดบ้านคือการจัดใจ ตอนที่ใจเราพัง ห้องก็พัง แต่พอเราเริ่มลุกขึ้นมาเก็บของ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ รดน้ำต้นไม้ เหมือนเราได้ค่อยๆ จัดระเบียบความคิดและความรู้สึกข้างในไปด้วย พอห้องเริ่มหายใจได้ เราก็เริ่มหายใจได้คล่องขึ้น”

สมการความคุ้มค่าฉบับคน ‘ติดบ้าน’

เมื่อบ้านเริ่มน่าอยู่ มุมมองเรื่อง ‘ความสุข’ และ ‘การใช้เงิน’ ของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป จากที่เคยโหมงานหนักจนร่างกายพัง “ผมเคยคิดว่าถ้าเรารายรับสูงจะทำในสิ่งที่ต้องการได้ แต่กลายเป็นว่าเราทำงานหนักจนเหมือนคนแปลกหน้าที่แค่มาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกัน เลยหันมาปรับบาลานซ์ชีวิตใหม่”

ทั้งคู่ค้นพบทฤษฎีความคุ้มค่าใหม่ที่เรียกว่า ‘หน่วยค่าเงินตู้ไซด์บอร์ด’

“เราชอบคุยกันขำๆ ว่า ทริปนี้มูลค่าเท่ากับ 1 ตู้ไซด์บอร์ด (Sideboard) เลยนะ” บุ๊กเล่ากลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เมื่อก่อนเราไปเที่ยว จ่ายเงินหมื่นนึง นอนวิลลาได้ไม่ถึง 3 คืน แต่ถ้าเอามาซื้ออาร์มแชร์ดีๆ สักตัว เราได้นั่งมันทุกวัน อยู่กับมันเป็นปี ความสุขคืนกลับมาในทุกวันที่ได้นั่ง หรือแม้แค่มองก็มีความสุขแล้ว”

สำหรับคู่นี้ การลงทุนกับบ้านจึงให้ผลตอบแทนเป็นความสุขที่ยั่งยืนกว่าการแสวงหาความสุขชั่วคราวจากการไปพักโรงแรมหรือรีสอร์ตสวยๆ บุ๊กจึงไฟเขียวให้ป๊งแต่งบ้านได้เต็มที่ เพราะความสุขของป๊งก็คือความสุขของเขาเช่นกัน

จากแปลนบ้านใน นสพ. สู่ Home Stylist

“เหมือนการเติมเต็มวัยเด็กที่หายไป” ป๊งเล่าด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อย้อนความทรงจำกลับไปสมัย 5 ขวบที่ชอบตัด ‘แปลนบ้าน’ โฆษณาบ้านจัดสรรในหนังสือพิมพ์ของพ่อมาวาดเล่นเป็นบ้านตุ๊กตากระดาษแบบ 2D แต่ความชอบนี้เหมือนจิกซอว์วัยเด็กที่หล่นหายไปนานถึง 25 ปี กระทั่งได้กลับมารีโนเวตโฮมออฟฟิศที่บ้านสิงห์บุรี

“พอทำออฟฟิศเสร็จ มันลามค่ะ (หัวเราะ) ลามจากชั้นล่างที่เป็นร้านค้าเก่าของแม่จนกลายเป็นการรีโนเวตบ้านทั้งหลัง”

บ้านที่สิงห์บุรีจึงเป็น ‘สนามลองฝีมือ’ เธอใช้เวลาฝึกฝนทักษะการจัดวาง ลองผิดลองถูกกับเฟอร์นิเจอร์เดิมที่มีอยู่ทุกวัน “ผมเห็นป๊งตื่นมาดู Pinterest ทุกเช้า เก็บ Reference จากบ้านสวยๆ ใน IG ผนังบ้านนี่เต็มไปด้วยรูจากการย้ายตำแหน่งกรอบรูป ย้ายชั้นวางของแทบทุกวัน” ซึ่งบุ๊กคอยซัปพอร์ตภรรยาเต็มที่เสมอ และให้กำลังใจว่า “ทำไปเลย เดี๋ยววันหนึ่งจะส่งผลเอง”

“ป๊งไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องมีคนมาจ้าง แค่อยากให้ตัวเองเก่งขึ้นทุกวัน” ในที่สุดความทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้ป๊งกลายเป็น Home Stylist ที่สามารถเนรมิตห้องเปล่าให้สะท้อนตัวตนผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับคอนโดวิวหลักล้านแห่งนี้ที่เธอภูมิใจที่สุดเพราะได้ตกแต่งเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น

ไม่บิวต์อิน! เพราะความรู้สึกเปลี่ยนได้ทุก (3) วัน

เอกลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของบ้านนี้คือ ‘ไม่บิวต์อิน’ เพราะป๊งเชื่อว่าความรู้สึกคนเราเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

เฟอร์นิเจอร์ลอยจึงตอบโจทย์ทั้งคู่ที่สุด

“วันนี้ป๊งอยากได้มู้ดอบอุ่น ก็เอาชั้นวางของมากั้น พรุ่งนี้อยากได้ความโปร่ง ก็ย้ายชั้นออก ถ้าบิวต์อินก็เหมือนขังตัวเองไว้กับอารมณ์เดิมๆ แต่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเปิดโอกาสให้พื้นที่ได้ ‘หายใจ’ และปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเราได้อย่างอิสระ”

บุ๊กยกมือขอเมาท์ป๊งหน่อย “ช่วงที่ป๊งค้นหาสไตล์ตัวเอง เขาจริงจังมากกก ป๊งตื่นมาจัดห้องทุกวัน ห้องนี้เสร็จก็เปลี่ยนไปห้องโน้น เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างช้าสุดคือ 3 วัน ห้องก็เปลี่ยนอีกแล้ว หมุนโซฟา ย้ายมุมต้นไม้ บางทีผมทำงานกลับมา เฮ้ย โซฟานี้มาจากไหน อ้าว แล้วพรมผืนเดิมหายไปไหนแล้ว” (หัวเราะ)

ช่วงค้นหาตัวตนของป๊งทำให้สไตล์การแต่งบ้านจึงลื่นไหลมาก จาก Cozy Minimal สไตล์มูจิ ค่อยๆ ขยับขยายสู่สไตล์วินเทจเพราะหลงเสน่ห์ข้าวของแอนทีก ก่อนจะมาอินจัดกับสไตล์ Mid-Century Modern หลังได้ไปเปิดโลกที่ ‘ตึกแดง’ จตุจักร “ตอนนั้นเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ ของเก่าที่มีร่องรอย มีตำหนิ กลับกลายเป็นของมีเสน่ห์ที่มีเรื่องเล่าในตัวเอง”

เมื่อ ‘ฟังก์ชัน’ ปะทะ ‘ฟีลลิง’

ความสนุกอีกอย่างของบ้านนี้คือการหาบาลานซ์ระหว่าง ‘บุ๊ก-สายฟิลลิง’ กับ ‘ป๊ง-สายฟังก์ชัน’ ที่ต้องมาเจอกันคนละครึ่งทาง เรื่องเล่าที่ทำให้คนฟังอมยิ้มตามคือ ‘สงครามกรรไกร’ บุ๊กผู้ออกตัวว่าเป็นสายฟิลลิง เน้นหยิบใช้งานง่าย เขาเจอปัญหาว่ากรรไกรชอบล่องหนเวลาต้องการใช้ เลยคิดซื้อกรรไกรเพิ่มแล้ววางกระจายให้ทั่วบ้าน อยากใช้เมื่อไหร่ตรงไหนจะได้ไม่ต้องหา! แต่ป๊งนักจัดบ้านสายฟังก์ชัน ผู้ต้องการให้บ้านเป็นระบบโดยไม่ต้องเติมของอีก ไม่งั้นของจะเฟ้อไปหมด เลยขอให้บุ๊กฝึกใช้ของแล้วเก็บเข้าที่

แล้วตัวช่วยที่มาหย่าศึกครั้งนี้ก็คือรถเข็นที่ป๊งใช้วางโหลใส่กรรไกร รวมถึงของจำเป็นอื่นๆ ที่ใช้งานบ่อย เช่น สายชาร์จ รีโมต ที่รองแก้ว รวมถึงคัตเตอร์ โดยหาที่ใส่แล้วจัดวางเป็นหมวดหมู่บนรถเข็นคันเล็ก จะใช้ตรงไหนก็แค่เข็นไป

“หลายคนบอกว่าคอนโดเราของเยอะมากเลย จัดการยังไง จริงๆ ป๊งไม่ได้จัดการอะไรเลย เพราะว่าเขาอยู่ในที่ของเขา ไม่เคยเกะกะขวางหูขวางตา เราแค่ปัดกวาดทำความสะอาด”

บุ๊กช่วยยืนยันอีกเสียงว่า “ผมชอบนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว ตอนแรกโต๊ะรกไปหมด รถเข็นคันใส่ของคันเล็กของป๊งช่วยให้ทุกอย่างดูเป็นระเบียบ สวยงาม และสะดวกขึ้นเยอะเลย”

แต่ในความ ‘ตาถึง’ ของป๊งที่ใช้ของธรรมดาๆ มาตกแต่งบ้าน ก็มีหลายครั้งที่เจ้าตัวกลับลังเลในการตัดสินใจ “ผมเห็นป๊งยืนจ้องพรมผืนหนึ่งอยู่นานเป็นชั่วโมง สวยถูกใจแต่ราคาสูง ผมเลยบอกป๊งว่า ‘เปลี่ยนพรม ห้องเปลี่ยนเลยนะ’ เขาถึงยอมซื้อ” แล้วพรมผืนนั้นก็ทำให้ห้องดูคอมพลีตขึ้นมาทันที

‘กระจก’ สะท้อนตัวตน

บทสนทนาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เราถามถึงนิยามความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ บุ๊กนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนบอกว่า

“บ้านคือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย ในวันที่เราอยากพัฒนาตัวเอง บ้านก็ค่อยๆ เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเรา มันคือพื้นที่ที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง คนส่วนใหญ่เฝ้ารอวันหยุดยาวเพื่อขับรถไปพักรีสอร์ตสวยๆ ริมทะเล หรือรอสุดสัปดาห์เพื่อไปเช็กอินนั่งชิลล์ตามคาเฟ่ แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเราทุกวันที่บ้านหลังนี้ ผมอยากชวนให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ดูแลตัวเอง เพราะนี่คือเรื่องใกล้ตัวที่เราละเลยและมองข้ามไป”

ในขณะที่ป๊ง ผู้หญิงที่เคยหลงทางในโลกการทำงานอันแสนวุ่นวายจนละเลยการดูแลตัวเอง เธอให้นิยามบ้านสั้นๆ แต่กินใจว่าเป็น ‘เซฟโซน’ ของชีวิต

“คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านคือการเติมความสุข แต่สำหรับป๊ง ชอบที่จะอยู่บ้านมากกว่า เพราะบ้านคือพื้นที่ปลอดภัยที่บ่งบอกตัวตนความเป็นเรา”

เมื่อความสุขจากบ้านเต็มเปี่ยม ทั้งคู่จึงส่งต่อความรู้สึกดีๆ และแรงบันดาลใจผ่านเพจ ‘Homebies จัดบ้านเป็นงานอดิเรก’ เพื่อแชร์ประสบการณ์การจัดบ้านและเป็นกำลังใจให้คนอื่นกล้าลุกขึ้นมาจัดบ้านในแบบของตัวเองกัน

แล้ว ‘บ้าน’ ของคุณละ ยังหายใจได้สะดวกอยู่หรือเปล่านะ

มือใหม่หัดแต่งบ้านเริ่มตรงไหนดี?

ฟังเรื่องราวของป๊งกับบุ๊กแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มคันไม้คันมือ นึกอยากจะลุกขึ้นมาปฏิวัติห้องรกๆ ของตัวเองบ้าง ไม่ต้องกังวลไป ทั้งคู่ได้กลั่นกรองประสบการณ์ลองผิดลองถูกของตัวเอง มาเป็นเช็กลิสต์ง่ายๆ ให้คุณเริ่มลงมือได้ทันที

· ปักหมุดสไตล์ที่ใช่ อย่าเพิ่งด่วนเดินดุ่มๆ ไปซื้อของที่ชอบ โดยเฉพาะโซฟาที่หลายคนมักเป็นอย่างแรกที่ซื้อเข้าบ้าน แต่ให้ไถฟีดดู ถ้ามีตัวจริงที่ไหนให้ลองได้ ก็ตามไปเทสต์นั่งดูให้เต็มที่ เฟอร์นิเจอร์ที่ไว้นั่ง ต้องได้ลองนั่งจริงถึงจะเวิร์กสุด

· ฟังก์ชันต้องมาก่อน ก่อนจะถามว่า ‘สวยไหม’ ให้ถามว่า ‘ห้องนี้ใช้ทำอะไร’ กินข้าว? ทำงาน? หรือแค่นอนเล่น? แล้วเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงก่อน แล้วความสวยจะตามมาเอง

· อย่ารีบถมให้เต็ม กฎเหล็กคือ ‘ใจเย็นๆ’ อย่าทุ่มช้อปรูดปรื๊ดๆ ซื้อของทีเดียวเพราะอยากให้บ้านสวยทันใจ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ลองอยู่ดูก่อน แล้วค่อยหามาเติม สนุกกับการรอคอยของที่ ‘ใช่’ ดีกว่ารีบซื้อของที่ ‘แค่พอใช้’ มาวางให้รกเพื่อรอวันโละ เพราะไม่ใช่ของที่ถูกใจจริงๆ

· บ้านคือตัวเรา อย่าไปยึดติดกับคำว่าบ้านสวยของคนอื่น บ้านที่ดีที่สุดคือบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราเอง

ติดตามผลงานการจัดบ้านของป๊งได้ที่
เฟซบุ๊ค : Nanmanas kongkaew
Tiktok : homebies.home
IG : Kp.homebies
เจ้าของกลุ่มเฟซบุ๊ค แต่งบ้าน mid century modern
Line : @homebies

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...