อีซี่มันนี่วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยปี 2569 ฟื้นตัวจำกัด ชี้ “สภาพคล่อง” คือกุญแจสำคัญในการประคองตัว
ผู้บริหารอีซี่มันนี่ระบุ เศรษฐกิจไทยปี 2569 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูงและกำลังซื้อฟื้นตัวช้า เผยสถิติปี 2568 กลุ่มผู้ประกอบการและฟรีแลนซ์เข้าถึงสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มขึ้น 21.95% เพื่อรักษาทุนหมุนเวียน ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคปรับตัวรับความผันผวน ส่งผลยอดจำนำทองคำแท่งพุ่งสูงถึง 124.64% สะท้อนการใช้สินทรัพย์สร้างสภาพคล่อง
12 มกราคม 2569 – อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ผู้นำนวัตกรรมธุรกิจสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกัน เผยแพร่ บทวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวอย่างจำกัดและไม่ทั่วถึง แม้จะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยแต่ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันสำคัญจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และต้นทุนการดำเนินชีวิตที่ยังทรงตัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในปี 2569 ยังคงเป็นภาคครัวเรือนระดับฐานราก กลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งต้องเผชิญกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ในขณะที่ภาระหนี้สินยังไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเงินในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การประคองตัวและการบริหารสภาพคล่องมากกว่าการขยายการลงทุน
สถิติการเข้าถึงแหล่งทุนผ่านสินทรัพย์ค้ำประกัน
จากการรวบรวมข้อมูลในปี 2568 พบว่าความต้องการเข้าถึงสภาพคล่องระยะสั้นผ่านสินเชื่อจำนำมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของกิจการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีตัวเลขยอดจำนำใหม่เพิ่มขึ้นถึง 21.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในภาวะที่การเข้าถึงสินเชื่อรูปแบบอื่นมีความเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในกลุ่มสินทรัพย์ค้ำประกัน โดยพบว่ายอดการรับจำนำในกลุ่มทองคำแท่งมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 124.64% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเลือกใช้ทองคำเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสภาพคล่องท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น การชำระดอกเบี้ยออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ก็มีการเติบโตขึ้น 30.65% ตามพฤติกรรมของผู้ใช้บริการยุคใหม่
ในบริบทของเศรษฐกิจปี 2569 การบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัยและการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นถือเป็นปัจจัยตัดสินความอยู่รอด นายสุธีมองว่าบทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินควรเน้นการสนับสนุนสภาพคล่องที่สอดคล้องกับศักยภาพของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แทนการเพิ่มภาระหนี้ระยะยาวที่ไม่จำเป็น
“ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็นและจัดการสภาพคล่องอย่างดี ชีวิตจะไม่สะดุด และยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดยังคงเป็นภาคครัวเรือนระดับฐานราก กลุ่มฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการรายย่อย”
นอกจากนี้ การใช้แนวคิด‘Asset-Backed Financing’ หรือ การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเปลี่ยนเป็นทุนหมุนเวียน ถูกนำเสนอในฐานะทางเลือกที่ไม่ใช่การก่อหนี้ใหม่ แต่เป็นการกู้ยืมเงินจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่ตนเองมีอยู่ เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘Bridging Loan’ หรือ สินเชื่อระยะสั้น สำหรับปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจได้ทันท่วงที โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่ระบบการเงินหลักมักมองข้ามเนื่องจากการประเมินรายได้ที่ซับซ้อน
ท้ายที่สุด การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประเมินราคาและการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสะดวกและโปร่งใสในการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็นทางออกทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการสภาพคล่องในทุกมิติของ