นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิว เช็กปั๊ม 5 สาขาใน 5 อำเภอ ใช้ระเบิดชนิดเดียวกัน
ฉก.นราธิวาส 93 ขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางยามวิกาล เปิดทางเจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่และล่าตัวคนร้าย ย้ำปฏิบัติตามกฎอัยการศึกเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
จากสถานการณ์ความไม่สงบใน จ.นราธิวาส กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในพื้นที่ สร้างความเสียหายและกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง ล่าสุดหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 (ฉก.นราธิวาส 93) ออกประกาศด่วนที่สุด เพื่อควบคุมสถานการณ์และดูแลความปลอดภัย โดยขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ ห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายตามกฎอัยการศึกอย่างเข้มงวด เพื่อเปิดทางให้กำลังพลเข้าเคลียร์พื้นที่ ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ
ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางการและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุขอสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท.ทั้ง 5 สาขาใน 5 อำเภอ พบว่า คนร้ายใช้วัตถุระเบิดชนิดเดียวกัน คาดมีการนัดแนะก่อเหตุในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการวางแผนก่อเหตุเชื่อมโยงพร้อมกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างสถานการณ์และทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่
ขณะที่พฤติการณ์ของคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ 4-5 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 – 5 คน พร้อมพกพาอาวุธปืนยาว โดยลอบเข้ามาวางเพลิงร้านสะดวกซื้อ 7-11 และลอบวางระเบิดบริเวณ ที่หัวจ่ายน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ได้พบรอยเลือดบริเวณปั๊ม ปตท. สาขาบ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง คาดเป็นของผู้ก่อเหตุ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด โดยเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและ EOD กำลังเก็บรวบรวมวัตถุ หลักฐานในที่เกิดเกิด เพื่อขยายผลไปยังผู้กลุ่มก่อเหตุต่อไป
ด้านนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เน้นย้ำให้ศูนย์เยียวยาจังหวัด เข้ามาดูแลช่วยเหลือเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน เนื่องจาก สถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ เป็นสถานีที่ประชาชนใช้บริการในพื้นที่ บางแห่งมีเพียงแห่งเดียว นอกจากนี้ ได้สั่งการนายอำเภอทุกอำเภอปรับมาตรการการดูแลความปลอดภัย เสริมกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทำงานกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างเข้มข้น และใกล้ชิดโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และจุดล่อแหลม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน.
อ่านข่าวเพิ่มเติม