โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทสรุป ปี 2568 แรงกดดันองค์กรไทย ขึ้นเงินเดือนพนักงานแค่ 4.5% เตรียมรับมืออย่างไรไม่ให้จนลง

Thairath Money

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 10.10 น.
ภาพไฮไลต์

ปี 2568 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานและองค์กรในประเทศไทย เมื่อแรงกดดันจากทั้งภายนอกและภายในได้บีบให้การปรับขึ้นเงินเดือนในภาพรวมต้องลดลงอย่างน่าจับตา

ผลสำรวจล่าสุดจากดีลอยท์ ประเทศไทย เผยว่า อัตราการปรับขึ้นเงินเดือนที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2568 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เคยอยู่ที่ 5% อย่างชัดเจน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึง "การบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง" ที่องค์กรไทยกำลังเผชิญหน้า

แรงกดดันสองทาง “เศรษฐกิจฝืดเคือง VS เทคโนโลยีดิสรัปต์”

องค์กรชั้นนำในไทยกว่า 176 แห่งที่ร่วมตอบแบบสำรวจกำลังเผชิญกับสภาพที่เปรียบได้กับ "เครื่องบีบคั้น" ที่มาจากสองด้านพร้อมกัน ได้แก่ …

1. ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยให้เหตุผลว่า แม้บางองค์กรจะบรรลุเป้าหมาย แต่ 35% ก็ยอมรับว่าการเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ยังมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้องค์กรถึง 57% ต้องประกาศ ลดหรือวางแผนที่จะลดงบประมาณค่าตอบแทนและสวัสดิการโดยรวม

2. คลื่นยักษ์ AI และเทคโนโลยี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวใจสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ทำให้องค์กรต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ว่าจะลงทุนใน AI หรือจะจ่ายค่าตอบแทนที่สูงขึ้นให้กับพนักงาน?

เงินเดือนขยับน้อย… โบนัสก็ไม่แน่นอน!

ขณะที่ภาพรวมการปรับขึ้นเงินเดือนที่ 4.5% นั้น ซ่อนความเหลื่อมล้ำที่น่าสนใจไว้ภายใน

  • อุตสาหกรรมที่มั่นคงอย่าง พลังงานและสาธารณูปโภค ยังคงรักษาระดับการปรับขึ้นเงินเดือนไว้ได้ที่ 5% และเป็นกลุ่มที่มีการจ่ายโบนัสสูงสุดในตลาด (ประมาณ 3 เดือน)
  • กลุ่มที่ถูกบีบมากที่สุด และปรับตัวได้ยากที่สุด อยู่ที่อุตสาหกรรมค้าปลีกและเทคโนโลยี มีอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 4% และมีระดับโบนัสที่ต่ำกว่ามาก (ประมาณ 1.5 เดือน) แรงกดดันนี้สะท้อนไปยังพฤติกรรมการลาออก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีอัตราการลาออกโดยสมัครใจสูงถึง 32.9%

AI ไม่ได้แทนที่คน แต่กำลังเปลี่ยน "คุณค่า" ของทักษะ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่คนทำงานต้องทำความเข้าใจคือ AI กำลังเปลี่ยนสมการค่าตอบแทน ในประเด็นนี้ “อริยะ ฝึกฝน” ผู้นำด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย อธิบายชัดเจนว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ผู้คน แต่กำลังเปลี่ยนคุณค่าของทักษะในตลาดแรงงาน

องค์กรกำลังเปลี่ยนจากการจ่าย "ค่าตอบแทนตามระดับงาน" (Pay for Job) ไปสู่การให้ "ผลตอบแทนตามทักษะ" (Pay for Skills) การบูรณาการ AI และเทคโนโลยีจึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่องค์กรพร้อมจะลงทุนให้

ข้อมูลยืนยันว่า กว่า 55% ขององค์กรเลือกที่จะเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่าตลาดสำหรับ "ตำแหน่งที่มีผลกระทบทางธุรกิจสูง" แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณโดยรวมก็ตาม

เตรียมรับมือทางการเงินฉบับพื้นฐาน อยู่รอดในยุคเงินเดือนฝืด

เมื่อรายได้ไม่แน่นอน การพึ่งพิงการขึ้นเงินเดือนหรือโบนัสแบบเดิม ๆ จึงมีความเสี่ยงสูง คนทำงานจึงต้องปรับกลยุทธ์การเงินพื้นฐานเพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง ด้วยเช่นกัน

1. ปรับความคิด เงินเดือนคือ "รายได้คงที่" ส่วนโบนัสคือ "เงินแถม"

เนื่องจากโบนัสมีแนวโน้มที่จะทรงตัวหรือลดลงในหลายอุตสาหกรรม (เฉลี่ยประมาณ 2 เดือน) อย่าใช้โบนัสมาคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายรายเดือนของเราอย่างเด็ดขาด แต่ให้วางแผนการเงินโดยคำนึงถึงเฉพาะเงินเดือนสุทธิ หากมีโบนัส ถือเป็นเงินพิเศษที่ควรนำไปเก็บออมหรือลงทุนเท่านั้น

2. สร้าง "กระเป๋าฉุกเฉิน" ให้หนาขึ้น

อัตราการปรับขึ้นเงินเดือนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและแรงกดดันทางเศรษฐกิจหมายถึงโอกาสในการเกิดความไม่แน่นอนในอาชีพมีสูงขึ้น สิ่งที่ทำได้คือการเพิ่มเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 เดือน (หรือมากกว่านั้น หากเราอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการลาออกสูงอย่างค้าปลีก) การมีเงินสำรองจะช่วยให้เรามีเวลาเลือกงานใหม่หรือพัฒนาทักษะได้โดยไม่ถูกบีบจากภาระหนี้สิน

3. ลงทุนใน "ทักษะ" คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด

ในยุคที่องค์กรยอมจ่ายสูงกว่าตลาดให้กับพนักงานที่มีทักษะเฉพาะทาง โดยเฉพาะด้าน AI และเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะยาว

การจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อการเรียนรู้และฝึกอบรมทักษะที่ตลาดต้องการ เป็นสิ่งจำเป็น และที่สำคัญกว่านั้น เปลี่ยนทักษะใหม่ให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ เพื่อให้คุณสามารถยกระดับตัวเองไปสู่ ตำแหน่งที่มีผลกระทบสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการขององค์กร แม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

สุดท้าย การปรับตัวในวันนี้คือการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว องค์กรที่เน้นการพัฒนาอาชีพ (61%) และการเลื่อนตำแหน่งพิเศษ (65%) เป็นเครื่องมือในการรักษาคนเก่ง ย้ำว่าการพัฒนาตัวเองคือทางรอดที่แท้จริง

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทสรุป ปี 2568 แรงกดดันองค์กรไทย ขึ้นเงินเดือนพนักงานแค่ 4.5% เตรียมรับมืออย่างไรไม่ให้จนลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...