โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กองทัพภาคที่ 2 เปิดข้อเท็จจริง ยุทธวิธีโดรนกัมพูชา ที่ใช้โจมตีช่องอานม้า

มุมข่าว

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 01.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพจ กองทัพภาคที่ 2 เผยข้อมูลเกี่ยวกับยุทธวิธีการใช้โดรนของกัมพูชาในพื้นที่ช่องอานม้า โดยระบุว่าโดรนที่พบเป็นแบบ FPV ติดตั้งลูก ค.82 มม. และมีการบังคับผ่านสายไฟเบอร์ออปติก

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพจ กองทัพภาคที่ 2 เผยข้อมูลเกี่ยวกับยุทธวิธีการใช้โดรนของกัมพูชาในพื้นที่ช่องอานม้า โดยระบุว่าโดรนที่พบเป็นแบบ FPV ติดตั้งลูก ค.82 มม. และมีการบังคับผ่านสายไฟเบอร์ออปติก

ลักษณะปฏิบัติการมีโดรนชี้เป้าจำนวน 1 ลำ ทำหน้าที่บินสังเกตการณ์และแจ้งที่หมาย ซึ่งจากเสียงการบินคาดว่าไม่ใช่รุ่นความเร็วสูงและสามารถบินได้นาน ส่วนโดรนพลีชีพจะเข้าโจมตีบริเวณช่องด้านหน้า หรือด้านหลังบังเกอร์ เพื่อให้สะเก็ดกระสุนกระเด็นเข้าด้านใน บางช่วงพบว่ามีการลงจอดรอบริเวณพื้นก่อนพุ่งเข้าหาเป้าหมายเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

จากการสังเกตเส้นทางบิน พบว่าโดรนจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางหนาแน่น และเปลี่ยนทิศทางไปมาขณะเลือกเป้า ซึ่งทำให้คาดว่าอาจใช้ระบบควบคุมผ่านสายไฟเบอร์ออปติก สำหรับรูปแบบการบังคับสอบถามจากชุดปฏิบัติการโดรนที่ใช้ FPV ระบุว่าสามารถควบคุมได้ 2 แบบ คือ

ใช้ระบบบินตาม GPS สามารถปล่อยขึ้นหลายลำพร้อมกัน แต่มีโอกาสชนกิ่งไม้หรือตาข่าย

ใช้คนบังคับทีละลำ ซึ่งจะบินมุดเข้าหาบังเกอร์ได้แม่นยำ (ลักษณะที่พบในเหตุการณ์ที่ช่องอานม้า)

ข้อสังเกตเพิ่มเติมระบุว่าผู้ควบคุมอาจไม่ใช่ทหารกัมพูชา เนื่องจากมีสัญญาณภาษาอังกฤษผ่านคลื่นวิทยุทหารโหมด CRL ลงท้ายประโยคว่า finished พร้อมทั้งพบว่าในจุดตรวจการณ์มีรถจักรยานยนต์ขับลงมาหลังจากโดรนโจมตีเงียบไป ทั้งสองวันที่เกิดเหตุในพื้นที่อานม้า

คำแนะนำเพื่อป้องกันระบุว่า การใช้ตาข่าย การปิดช่องด้านหลัง และช่องยิงช่วยลดความเสี่ยงได้ ส่วนการยิงสกัดทำได้ยากเพราะโดรนเคลื่อนที่เร็ว อีกทั้งปืนแอนตี้โดรนไม่สามารถยิงตกได้ โดยผู้ปฏิบัติภายในบังเกอร์ต้องก้มตัวต่ำเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...