โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ใกล้บอกลาอสังหาริมทรัพย์ปี 68 ยอดกู้บ้านไม่ผ่านกระฉูด 70% กับบ้านต่ำ 2 ล้าน กว่า 30 บริษัทอสังหาฯ เจอะรายได้รวมดิ่งกว่า 16% หลุด 2 แสนล้านบาท

BTimes

อัพเดต 07 ธ.ค. 2568 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นางสาวสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันความต้องการบ้านเดี่ยวในไทยลดลงมากถึง 20% ท่ามกลางผู้ซื้อจำนวนหนึ่งที่มีความต้องการซื้อบ้านในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่อยู่อาศัยในกลุ่มราคาไม่สูง หรือเซกเมนต์อีโคโนมีต้องเผชิญปัญหารุนแรงด้านการกู้ยืมสินเชื่อธนาคารแต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากภาระหนี้ที่มีอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม โครงการบ้านเดี่ยวราคาสูงยังพอไปได้ สะท้อนจากยอดขายทรงตัวไปได้เรื่อยๆ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายเปิดตัวโครงการใหม่ และตั้งราคาสูงขึ้นอีกเพื่อเจาะตลาดระดับบนที่ยังมีกำลังซื้อ

นางสาวปิยะพร เลิศวิสุทธิไพบูลย์ หัวหน้าสายงานวิจัย Head of Research บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์คอนซัลติ้ง จํากัด หรือเทอร์ร่า บีเคเค เปิดเผยว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ชะลอตัวลงชัดเจน สะท้อนจากผลประกอบการด้านรายได้รวมของทั้ง 35 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรากฎว่า ใน 9 เดือนแรกปี 2025 มีรายได้รวมลดลงเหลือเพียง 190,000 ล้านบาท หรือลดลง -16% จากเดิมที่มี 220,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ด้านผลกำไรสุทธิของทั้ง 35 บริษัทอสังหาริมทรัพย์หดลงจากอัตราเฉลี่ย 10% มาเหลือเพียง 7.5% ที่สำคัญ อัตรากำไรสุทธิทรุดตัวถึง 30% จากปีก่อนด้วย

สาเหตุจากปัจจัยด้านต้นทุนก่อสร้างที่พุ่งสูง เช่น ค่าวัสดุ และค่าแรง ปัจจัยต่อมา คือ การลดราคาขาย ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่เปิดเกมตัดราคาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายสต๊อกที่คงค้างจำนวนมาก และรักษาสภาพคล่อง ในขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดต่ำลงจากภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น ทำให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ ภาระหนี้ครัวเรือนสูง แม้จะมีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงอยู่ก็ตาม

ที่สำคัญปัจจัยด้านธนาคารปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน พบว่า อัตราปฏิเสธสินเชื่อของบ้านในกลุ่มราคาถูก หรือกลุ่มอีโคโนมีที่มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทนั้น พุ่งถึง 70% ขณะที่กลุ่มบ้านราคาอื่นๆ ที่มีราคาสูงขึ้นมานั้น เรเรเรเรมีอัตราการปฏิเสธที่ระดับ 40% ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากย้ายไปทำสินค้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง หรือกลุ่มพรีเมียม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...