โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะไป คุยไป : เคาะ ERW

ทันหุ้น

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.

#ทันหุ้น – ERW รายงานผลประกอบการ 3Q/25 อ่อนตัวลงตามสภาวะตลาดท่องเที่ยว โดยรายได้รวมลดลง 4% YoY เป็น 1,789 ลบ. และ EBITDA ลดลง 13% YoY (หรือ -9% หากไม่รวมค่าใช้จ่ายซ่อมแซมจากเหตุแผ่นดินไหว) ส่วนกำไรสุทธิปรับลดลงแรง 54% YoY เหลือ 57 ลบ. จากความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้กลุ่ม Luxury–Economy มีรายได้ลดลง 8% YoY และ EBITDA ลดลง 21% RevPAR ลดลง 10% YoY ด้าน QoQ ทรงตัว โดยได้แรงหนุนจากตลาดอินเดียและยุโรป ขณะที่กลุ่ม Budget (HOP INN) ยังแข็งแรงจากดีมานด์ในประเทศ รายได้เติบโต 7% YoY และ EBITDA โต 7% YoY พร้อมขยายสาขาเพิ่มเป็น 101 แห่ง

บริษัทปรับลดเป้าเติบโตปีนี้ลง โดยรายได้รวมคาดทรงตัว จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีน ที่ชะลอตัวกว่าคาด ขณะที่กลุ่ม Luxury–Economy ถูกปรับประมาณการเป็น -5% แต่กลุ่ม Budget (HOP INN) ยังแข็งแรง คาดโต 18% สำหรับไตรมาส 4/25 บริษัทคาด RevPAR รวมลดลง 7% YoY นำโดยกลุ่มลักชูรีที่อ่อนลง -6% ส่วน HOP INN ยังขยายตัวเล็กน้อย +1% YoY กลยุทธ์หลักยังเน้นกระจายตลาดสู่ยุโรปตะวันตก อินเดีย และตะวันออกกลาง ขยายโรงแรม Budget รวม 10 แห่งในปีนี้ และควบคุมต้นทุนเพื่อรักษามาร์จิ้น อีกทั้งเตรียมปรับโครงสร้างสินเชื่อใน 4Q/25–1Q/26 เพื่อลดต้นทุนการเงินระยะยาว แม้อาจมี Prepayment Cost เกิดขึ้นบางส่วน โดยต้นทุนการเงินเฉลี่ยล่าสุดอยู่ที่ 3.79%

ด้านความคืบหน้าการต่อสัญญาเช่า Grand Hyatt Erawan ยังอยู่ในกระบวนการต่อสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารไม่เห็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน ซึ่งยังคง Operate และจ่ายค่าเช่ารายปีได้ นอกจากนี้มีแผนปรับปรุงโรงแรม Grand Hyatt Erawan โดยจะทำเป็นเฟสๆ ในช่วง Low Season (คาด Q2/Q3) เน้นห้องพักเป็นหลัก ขณะที่โรงแรม Naka Island (ภูเก็ต) จะปรับปรุงบางส่วนเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ช่วยกระตุ้นความต้องการของชาวไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ในกลุ่ม Luxury และเครือข่าย HOP INN ทั่วประเทศ รวมถึงรับ Sentiment เชิงบวกจากความขัดแย้งระหว่างจีน-ญี่ปุ่น ที่ช่วยหนุนดีมานด์นักท่องเที่ยวจากจีนมากขึ้น

แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แนวโน้มการเรียงตัวแท่งเทียนเป็นการปรับลงตาม SMA 5 วัน และ SMA 13 วันที่ทำหน้าที่เส้นแนวต้านขาลง ระยะสั้นปรับทดสอบยืนฐานแนวรับรอบก่อนหน้า 2.20-2.18 ยืนเหนือมั่นคง แนวโน้มเกิด Key Reversal มีโอกาสจบรอบขาลงตามกัน แนวต้าน 2.30-2.32 ผ่านยืนและมี Volume เพิ่มขึ้นเป็น Buy

คำแนะนำ ASL

กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 2.30-2.32/2.46

กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 2.18/2.06 ไม่ควรต่ำกว่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...