เคาะไป คุยไป : เคาะ ERW
#ทันหุ้น – ERW รายงานผลประกอบการ 3Q/25 อ่อนตัวลงตามสภาวะตลาดท่องเที่ยว โดยรายได้รวมลดลง 4% YoY เป็น 1,789 ลบ. และ EBITDA ลดลง 13% YoY (หรือ -9% หากไม่รวมค่าใช้จ่ายซ่อมแซมจากเหตุแผ่นดินไหว) ส่วนกำไรสุทธิปรับลดลงแรง 54% YoY เหลือ 57 ลบ. จากความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้กลุ่ม Luxury–Economy มีรายได้ลดลง 8% YoY และ EBITDA ลดลง 21% RevPAR ลดลง 10% YoY ด้าน QoQ ทรงตัว โดยได้แรงหนุนจากตลาดอินเดียและยุโรป ขณะที่กลุ่ม Budget (HOP INN) ยังแข็งแรงจากดีมานด์ในประเทศ รายได้เติบโต 7% YoY และ EBITDA โต 7% YoY พร้อมขยายสาขาเพิ่มเป็น 101 แห่ง
บริษัทปรับลดเป้าเติบโตปีนี้ลง โดยรายได้รวมคาดทรงตัว จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีน ที่ชะลอตัวกว่าคาด ขณะที่กลุ่ม Luxury–Economy ถูกปรับประมาณการเป็น -5% แต่กลุ่ม Budget (HOP INN) ยังแข็งแรง คาดโต 18% สำหรับไตรมาส 4/25 บริษัทคาด RevPAR รวมลดลง 7% YoY นำโดยกลุ่มลักชูรีที่อ่อนลง -6% ส่วน HOP INN ยังขยายตัวเล็กน้อย +1% YoY กลยุทธ์หลักยังเน้นกระจายตลาดสู่ยุโรปตะวันตก อินเดีย และตะวันออกกลาง ขยายโรงแรม Budget รวม 10 แห่งในปีนี้ และควบคุมต้นทุนเพื่อรักษามาร์จิ้น อีกทั้งเตรียมปรับโครงสร้างสินเชื่อใน 4Q/25–1Q/26 เพื่อลดต้นทุนการเงินระยะยาว แม้อาจมี Prepayment Cost เกิดขึ้นบางส่วน โดยต้นทุนการเงินเฉลี่ยล่าสุดอยู่ที่ 3.79%
ด้านความคืบหน้าการต่อสัญญาเช่า Grand Hyatt Erawan ยังอยู่ในกระบวนการต่อสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารไม่เห็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงาน ซึ่งยังคง Operate และจ่ายค่าเช่ารายปีได้ นอกจากนี้มีแผนปรับปรุงโรงแรม Grand Hyatt Erawan โดยจะทำเป็นเฟสๆ ในช่วง Low Season (คาด Q2/Q3) เน้นห้องพักเป็นหลัก ขณะที่โรงแรม Naka Island (ภูเก็ต) จะปรับปรุงบางส่วนเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ช่วยกระตุ้นความต้องการของชาวไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ในกลุ่ม Luxury และเครือข่าย HOP INN ทั่วประเทศ รวมถึงรับ Sentiment เชิงบวกจากความขัดแย้งระหว่างจีน-ญี่ปุ่น ที่ช่วยหนุนดีมานด์นักท่องเที่ยวจากจีนมากขึ้น
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แนวโน้มการเรียงตัวแท่งเทียนเป็นการปรับลงตาม SMA 5 วัน และ SMA 13 วันที่ทำหน้าที่เส้นแนวต้านขาลง ระยะสั้นปรับทดสอบยืนฐานแนวรับรอบก่อนหน้า 2.20-2.18 ยืนเหนือมั่นคง แนวโน้มเกิด Key Reversal มีโอกาสจบรอบขาลงตามกัน แนวต้าน 2.30-2.32 ผ่านยืนและมี Volume เพิ่มขึ้นเป็น Buy
คำแนะนำ ASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 2.30-2.32/2.46
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 2.18/2.06 ไม่ควรต่ำกว่า