“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี” รุกโลก! Nongshim-Samyang ตั้งโรงงานต่างประเทศ ชน Nissin แย่งตลาด 5.6 หมื่นล้านดอลล์
ผู้ผลิต "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีใต้" เร่งขยายกำลังผลิตทั่วโลก รับดีมานด์พุ่งจากสหรัฐ–ยุโรป–จีน ดันส่วนแบ่งตลาดโตต่อเนื่อง ท้าชนเจ้าตลาดญี่ปุ่น Nissin แย่งตลาด 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ทั่วโลก
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.10 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีใต้เดินหน้ารุกขยายส่วนแบ่งตลาดโลกมากขึ้น โดย Nongshim กำลังก่อสร้างโรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ขณะที่ Samyang Foods เตรียมตั้งโรงงานแห่งแรกในจีน เพื่อรองรับความต้องการในตลาดสหรัฐ ยุโรป และจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
บริษัททั้งสองกำลังอาศัยกระแสความนิยมผ่านสื่อเพื่อท้าชน Nissin Foods ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของญี่ปุ่น ในช่วงที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นสินค้าราคาย่อมเยาที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
ผู้บริหารของ Nongshim กล่าวว่า“เราต้องการเป็นผู้สร้างวัฒนธรรมอาหารระดับโลก” โดยผลิตภัณฑ์บะหมี่ของบริษัทได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นหลังปรากฏในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง KPop Demon Hunters
Nongshim เตรียมเปิดโรงงานใหม่ในเมืองปูซานปีหน้า ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ โรงงานนี้จะสามารถผลิตบะหมี่ Shin ได้ 500 ล้านซองต่อปี หรือเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นสองเท่า พร้อมนำระบบ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ผลิตภัณฑ์จากโรงงานนี้ส่วนใหญ่จะถูกส่งออกไปยุโรป ซึ่งแม้ปัจจุบันรายได้ของบริษัทจากยุโรปยังต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังร้านป๊อปอัปในปารีสได้รับเสียงตอบรับดี และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ถูกปากผู้บริโภคยุโรปมากขึ้น
Nongshim ตั้งบริษัทย่อยในเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายในเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรให้เกิน 300 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ซึ่งมากกว่าปัจจุบันราว 4 เท่า นอกจากนี้บริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 60% ของรายได้รวมภายในปี 2573 โดยปีที่แล้วได้ขยายไลน์การผลิตที่โรงงานในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดด้วย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น บะหมี่เพื่อผู้บริโภควีแกน
ด้าน Samyang ซึ่งมีฐานในตลาดต่างประเทศมานานกว่า Nongshim ก็เร่งขยายธุรกิจเช่นกัน โดยโรงงานแห่งแรกในต่างประเทศกำลังสร้างในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 โรงงานนี้จะผลิตบะหมี่รสเผ็ดขึ้นชื่ออย่าง Buldak โดยเมื่อเดินสายการผลิตเต็มที่ จะมีกำลังผลิตถึง 3.9 พันล้านซองต่อปี เพิ่มขึ้นราว 40%
Samyang ยังเน้นการขยายสหรัฐและยุโรป โดยเมื่อเดือนมิถุนายนบริษัทเริ่มผลิตเพื่อการส่งออกจากโรงงานใหม่ที่ติดตั้งระบบ AI ที่เมืองมิลยาง (Miryang) นอกจากนี้ยังตั้งบริษัทย่อยในยุโรปเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อเดือนก่อนลงนามข้อตกลงกับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของฝรั่งเศส ถือเป็นการบุกตลาดยุโรปอย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ความต้องการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นทั่วโลก เดิมตลาดสำคัญคืออเมริกาเหนือและจีน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บะหมี่เกาหลีกำลังนิยมเพิ่มขึ้นในยุโรปเช่นกัน ปัจจุบัน Nongshim และ Samyang ส่งออกไปกว่า 100 ประเทศและภูมิภาค
Euromonitor คาดการณ์ว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลกจะขยายสู่ 5.65 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573 เพิ่มขึ้น 35% ภายใน 10 ปี ผลประกอบการของสองบริษัทอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง Nongshim มีกำไรสุทธิไตรมาสกรกฎาคม–กันยายนเพิ่มขึ้น 37% แม้ว่ารายได้ในประเทศลดลง 2% แต่รายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ Samyang มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 87%
ปี 2567 มูลค่าการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีใต้แตะ 1.2 พันล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยยุทธศาสตร์ความเผ็ดและภาพลักษณ์สุขภาพดี ช่วยดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่ นักวิเคราะห์ของ Euromonitor ระบุว่าพริกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารเกาหลีคือหนึ่งในปัจจัยสำเร็จ
ในสหรัฐ บะหมี่เกาหลีกำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลของ Nongshim สัดส่วนตลาดรวมของ Nongshim และ Samyang เพิ่มเป็น 29.6% ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 6.1 จุดจาก 5 ปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งรวมของผู้ผลิตญี่ปุ่นอย่าง Toyo Suisan, Nissin และ Sanyo Foods ลดลง 6.6 จุด เหลือ 63.9%
ด้าน Nissin เองก็กำลังขยายธุรกิจนอกสหรัฐ โดยเตรียมสร้างโรงงานแห่งที่สองในฮังการี เพื่อขยายตลาดมากกว่า 36 ประเทศในยุโรปที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว อีกทั้งยังเดินหน้าขยายเครือข่ายจำหน่ายในจีน และมุ่งเพิ่มสินค้าแบบพรีเมียม ทำให้การแข่งขันกับบะหมี่เกาหลีทวีความรุนแรงมากขึ้น
อ้างอิง : asia.nikkei.com