โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่าน” ปะทุ ค่าเงินดิ่ง-เงินเฟ้อพุ่ง จุดชนวนประท้วงท้าทายระบอบผู้นำสูงสุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 09.33 น.

เศรษฐกิจอิหร่านเข้าสู่จุดแตกหัก หลังค่าเงินเรียลอ่อนค่าทำสถิติใหม่ ฉุดราคาสินค้าจำเป็นพุ่งสูงเกินเอื้อม กระตุ้นการประท้วงครั้งใหญ่

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 12.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ก่อตัวในอิหร่านได้มาถึงจุดแตกหัก หลังค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้แม้แต่สินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานก็กลายเป็นของที่ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถซื้อหาได้

พ่อค้าและผู้ประกอบการร้านค้าเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยออกมาชุมนุมบนท้องถนนในกรุงเตหะรานช่วงปลายเดือนธันวาคม เพื่อระบายความโกรธแค้นต่อรัฐบาลที่พวกเขากล่าวหาว่าบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด การประท้วงลุกลามกลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวในวงกว้าง มีทั้งนักศึกษา แรงงาน และกลุ่มประชาชนอื่น ๆ เข้าร่วม โดยไม่ได้เรียกร้องเพียงการยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ไปไกลถึงการเรียกร้องให้ยุติระบบสาธารณรัฐอิสลามที่นำโดยผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบางสำหรับผู้นำประเทศ หลังอิสราเอลและสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเดือนมิถุนายน ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นวงกว้าง และคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารและนักวิทยาศาสตร์หลายสิบคน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศักดิ์ศรีของรัฐบาล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังมีความเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับแนวทางรับมือกับกระแสการประท้วง

อะไรเป็นชนวนการประท้วง?

อิหร่านต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจำเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าวสาลี น้ำมันปรุงอาหาร และวัตถุดิบด้านเภสัชกรรม การอ่อนค่าของเงินเรียลทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ผู้ค้าจึงปรับขึ้นราคาสินค้า ส่งผลให้ของใช้พื้นฐานจำนวนมากมีราคาแพงเกินเอื้อม นอกจากนี้ภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี ยังซ้ำเติมการผลิตอาหารในประเทศ ทำให้อิหร่านต้องพึ่งพาการนำเข้าที่มีต้นทุนสูงมากยิ่งขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของอิหร่านจะเฉลี่ยราว 42% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 567 โดยก่อนหน้านี้ชาวอิหร่านจำนวนมากก็เผชิญความยากลำบากด้านปากท้องอยู่แล้ว สื่อท้องถิ่นรายงานในปี 2565 ว่าประชากรราวครึ่งหนึ่งบริโภคพลังงานต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ 2,100 แคลอรีต่อวัน

ประชาชนยังไม่พอใจกับปัญหามลพิษเรื้อรัง การขาดแคลนก๊าซและไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ล้มเหลว โดยในเดือนธันวาคม รัฐบาลได้ปรับระบบอุดหนุนเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มสูงขึ้น เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับครัวเรือนและภาคธุรกิจ

ทำไมค่าเงินเรียลถึงอ่อนค่าลง?

ค่าเงินเรียลเผชิญแรงกดดันมานานหลายปีจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและการคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ในปี 2568 เงินเรียลอ่อนค่าลงราว 45% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจาก Bonbast.com หลังประชาชนเร่งแปลงเงินออมเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์

เศรษฐกิจอิหร่านยังถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลง 18% ในปี 2568 เหลือราว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับ 165 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่รัฐบาลอิหร่านต้องการเพื่อให้สมดุลงบประมาณ ตามการประเมินของ IMF

นอกจากนี้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนหลายระดับ ซึ่งรัฐบาลใช้ในการอุดหนุนนำเข้าสินค้าบางประเภทให้กับหน่วยงานเฉพาะ ยังเปิดช่องให้เกิดการทุจริตและสร้างความไม่พอใจในสังคม

เหตุใดชาวอิหร่านจึงยากจนลง?

แม้อิหร่านจะมีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ แต่การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพันธมิตรทำให้น้ำมันอิหร่านไม่สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างเสรี มาตรการคว่ำบาตรเริ่มตั้งแต่การยึดสถานทูตสหรัฐ หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 และถูกขยายความเข้มข้นในทศวรรษต่อมา โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 2000 เพื่อสกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ผลจากการคว่ำบาตรทำให้เงินลงทุนจากต่างประเทศและเทคโนโลยีสมัยใหม่หายไป ภาคอุตสาหกรรมในประเทศเสื่อมถอยจากการคอร์รัปชันและการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานมีสภาพทรุดโทรม ภาคเกษตรประสบปัญหาน้ำขาดแคลนเรื้อรัง ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากผลิตโดยรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรกึ่งรัฐที่มีความโปร่งใสต่ำ

การส่งออกน้ำมันยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจอิหร่าน โดยส่วนใหญ่ถูกส่งออกผ่านเครือข่ายการค้าทึบแสงไปยังโรงกลั่นในจีน ซึ่งซื้อในราคาลดพิเศษเนื่องจากความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตร

สถานการณ์การคว่ำบาตรเป็นอย่างไร?

มาตรการคว่ำบาตรภายใต้สหประชาชาติถูกผ่อนคลายลงหลังข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 แต่สหรัฐ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากข้อตกลงในปี 2561 และกลับมาบังคับใช้การคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด

แม้อิหร่านและสหรัฐจะเจรจากันในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ส่วนใหญ่ของอิหร่าน และจำกัดความสามารถของหน่วยงานนิวเคลียร์สหประชาชาติในการตรวจสอบ ส่งผลให้มีการฟื้นฟูมาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็นอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน

การประท้วงครั้งนี้ต่างจากอดีตอย่างไร?

ในอดีต การประท้วงมักมีชนวนจากเหตุการณ์ทางสังคมหรือการเมือง เช่น การยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนในปี 2020 หรือการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ในปี 2565 แต่ครั้งนี้ต้นเหตุหลักคือเงินเฟ้อรุนแรงและมาตรฐานชีวิตที่ถดถอย

ประชาชนจำนวนมากสามารถหลีกเลี่ยงการควบคุมสื่อออนไลน์ และแสดงความไม่พอใจต่อชนชั้นนำผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเปิดเผยมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผู้คนหวาดกลัวแม้แต่การโพสต์ภาพผู้หญิงโดยไม่คลุมผม

ผู้นำสูงสุดคาเมเนอีกล่าวว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องถูกจัดการ ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 รายจากการปะทะกัน อย่างไรก็ตาม สื่อของรัฐเริ่มรายงานข่าวการประท้วง แม้จะถูกเซ็นเซอร์อย่างหนัก ซึ่งอาจสะท้อนว่ารัฐบาลผ่อนคลายการควบคุมสื่อบางส่วน

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำสายกลาง ยอมรับว่าข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงมีความชอบธรรม และเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างสันติ

อิหร่านจะเดินหน้าอย่างไรต่อ?

หลังปกครองด้วยระบอบศาสนามานานกว่า 50 ปี ชาวอิหร่านเผชิญทั้งสงคราม การจำกัดเสรีภาพ และความยากจน ประชาชนจำนวนมากอพยพออกนอกประเทศ และหลายคนเชื่อว่าผู้นำไม่สามารถแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ได้

รัฐบาลประกาศยุติเงินอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นแหล่งคอร์รัปชัน และเตรียมเพิ่มเงินอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภค หากมาตรการเหล่านี้ไม่สามารถยุติการประท้วงได้ ระบอบการปกครองอิหร่านอาจต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากประชาชนภายในและภัยคุกคามจากต่างชาติ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...