ไทยจะเทากว่านี้ไม่ได้แล้ว สาส์นถึงรัฐบาลหน้าแก้ปัญหาสแกมเมอร์ โดย สฤณี อาชวานันทกุล
ต้องลงโทษ “คนไทย” ที่ช่วยเหลือสแกมเมอร์และทุนเทา เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ปัญหา “สแกมเมอร์” และ “ทุนเทา” วันนี้สร้างความเสียหายต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทยขนาดไหน วันนี้คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ แต่ข่าวดีก็มีให้เราเห็นไม่น้อย โดยเฉพาะการที่หน่วยงานรัฐต่างตื่นตัวมากขึ้นที่จะยกระดับมาตรการต่างๆ ให้ทันต่อขนาดของปัญหาและประสานงานกันข้ามหน่วยงานมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า “สแกมเมอร์” (รวมขบวนการฟอกเงินให้สแกมเมอร์) และ “ทุนเทา” ไม่มีวันสร้างความเสียหายยาวนานต่อเนื่องขนาดนี้ หากไม่มี “คนไทย” หลายอาชีพช่วยเหลือตาม “ระดับ” ของการฉ้อโกง ซึ่งผู้เขียนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังต่อไปนี้
- ระดับท้องถิ่น – ธุรกิจผิดกฎหมายอย่าง บ่อน เว็บพนัน ยาเสพติด ฯลฯ ในท้องถิ่น
- ระดับชาติ – ธุรกิจผิดกฎหมายเหมือนข้อ 1. แต่ทำกันเป็นขบวนการระดับชาติ
- ระดับข้ามชาติ – ศูนย์หลอกลวงหรือสแกมเมอร์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศนำเงินสกปรกมาฟอกในประเทศ โดยใช้หลายวิธี อาทิ ตั้งบริษัทที่จงใจขาดทุน (เพราะจะฟอกเงินเป็นหลัก) ฟอกผ่านช่องที่ยังไม่มีมาตรการยืนยันตัวตนอย่างเข้มข้น เช่น ทองคำ กระดานคริปโต ฯลฯ
- ระดับข้ามชาติ หนุนโดยผู้มีอำนาจทางการเมือง – ระดับรุนแรงที่สุด เหมือนข้อ 3. แต่เพิ่มการฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนในบริษัทที่เชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ โดยมีผู้มีอำนาจทางการเมืองให้การสนับสนุนหรือคุ้มครองแลกกับส่วนแบ่งผลตอบแทน
ในเมื่อขบวนการสแกมเมอร์และทุนเทาในไทยวันนี้มีทั้ง 4 ระดับข้างต้น ทุกระดับมีคนไทยช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย ผู้เขียนเห็นว่าวิธีแก้ปัญหาที่จะยั่งยืนที่สุด ไม่ได้อยู่ที่การยกระดับมาตรการหรือระบบอย่างเดียว แต่จะต้องมีการลงโทษ “คนไทย” และ “นิติบุคคลไทย” ที่ชัดเจนว่าจงใจช่วยเหลือมิจฉาชีพหลบเลี่ยงกฎหมายฟอกเงิน กฎหมายหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นๆ หรือปล่อยปละละเลยหน้าที่ของตัวเอง
เช่น ธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ที่ปล่อยให้สแกมเมอร์หรือทุนเทาเปิดบัญชีโดยไม่ทำ KYC/EDD อย่างครบถ้วน ผู้สอบบัญชีที่จงใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทั้งที่สังเกตเห็นพิรุธมากมายในงบการเงินที่บ่งชี้ว่าน่าจะตั้งบริษัทมาฟอกเงินทุนเทา นักการเงินที่ช่วยออกแบบโครงสร้างทางการเงินและสร้าง “เครื่องยนต์ฟอกเงิน” ให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติ หรือนักการเมืองในอำนาจหรือตำรวจระดับสูงที่คอยคุ้มครองสแกมเมอร์หรือนักฟอกเงินตัวฉกาจให้รอดพ้นกฎหมาย
ถึงที่สุดแล้ว เราไม่มีวันขจัดปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน หากรัฐบาลหน้าไม่มีการปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปตลาดทุน และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ในทางที่เพิ่มพลังให้ประชาชนร่วมตรวจสอบคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ต้องเกรงกลัวการฟ้องปิดปากโดยมิจฉาชีพอีกต่อไป